The Koreas | Diplomacy | East Asia

scr888 แจก เครดิต ฟรี 300: After the Latest Forced Labor Court Ruling, Where Do Japan-South Korea Relations Stand?

เร ต ราคา บอล วัน นี้,สำนักงานสถิติของไต้หวัน เปิดเผยว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในแง่ตัวเลข ของไต้หวันในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ ขยายตัว 0.64% ซึ่งต่ำกว่าคาดการณ์ของทางการที่ 3.05% อย่างมาก และนับเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 11 ไตรมาสRSมีเป้าหมายแรกอยู่ที่ 12.70 บาท และมีเป้าหมายเบื้องต้นอยู่ที่ 14.30 บาท ,ด้านนายไพบูลย์ อังคณากรกุล กรรมการผู้จัดการ ASEFA เปิดเผยว่า หุ้นไอพีโอของบริษัทฯ ได้รับความสนใจจากนักลงทุนจองซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมากในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อบริษัทสำหรับพื้นที่ที่จะเข้าซื้อดังกล่าว เป็นพื้นที่ในเขตอุตสาหกรรม (พื้นที่สีม่วง) ทำให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการก่อสร้างโรงงานผลิตสินค้าของ GEL ได้หลายผลิตภัณฑ์ เช่น พื่นคอนกรีตสำเร็จรูป เสาเข็ม เป็นต้น อีกทั้งยังอยู่ใกล้เคียงกับฐานลูกค้าของกลุ่มบริษัท และแหล่งวัตถุดิบในการผลิตตลอดจนอยู่ใกล้ท่าเรือซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าขนส่งวัตถุดิบด้วยทั้งนี้การเข้าซื้อกิจการจากซันเทคเมทัลส์ นอกจากทำให้มิลล์คอนสตีล ขยายธุรกิจได้ครบวงจรและยังช่วยลดต้นทุน สร้างความมั่นใจในคุณภาพเศษเหล็กเพื่อลดปัญหา วัตถุดิบที่ด้อยคุณภาพ เพราะบริษัทกำลังขยาย ธุรกิจ เพื่อผลิตเหล็กเกรดพิเศษ ที่ต้องการคุณภาพสูงมากทางด้านข้อมูลการซื้อขาย DW28 ในวันศุกร์ มีแรงซื้อสุทธิเพียงเล็กน้อยจากการที่ดัชนีปรับตัวขึ้นแรง โดยมีแรงซื้อสุทธิใน S5028P1509B 2.0 ล้านหน่วย และมีแรงซื้อใน S5028P1508A และ KTC18C1511A อีกเล็กน้อย ส่วนทางด้านแรงขายสุทธิ อยู่ในกลุ่ม DW ที่ปรับตัวขึ้นแรง เช่น ITD28C1509A 85.7 ล้านหน่วย และ TPIP28C1510A 84.6 ล้านหน่วย นอกจากนี้ยังมีแรงขายใน SAMA28C1512A และ QH28C1512A อีกจำนวนเล็กน้อยด้วยทั้งนี้ การเจรจาในครั้งนี้มีขึ้น หลังจากที่รัฐสภากรีซได้ให้การอนุมัติต่อมาตรการปฏิรูปเศรษฐกิจ 2 ฉบับเกี่ยวกับการปฏิรูประบบการจัดเก็บภาษี, เงินบำเหน็จบำนาญ, การธนาคาร และกระบวนการยุติธรรม โดยการเจรจาดังกล่าวจะปูทางให้กรีซได้รับเงินช่วยเหลือวงเงิน 8.6 หมื่นล้านยูโรเป็นเวลา 3 ปีทั้งนี้การเข้าซื้อกิจการจากซันเทคเมทัลส์ นอกจากทำให้มิลล์คอนสตีล ขยายธุรกิจได้ครบวงจรและยังช่วยลดต้นทุน สร้างความมั่นใจในคุณภาพเศษเหล็กเพื่อลดปัญหา วัตถุดิบที่ด้อยคุณภาพ เพราะบริษัทกำลังขยาย ธุรกิจ เพื่อผลิตเหล็กเกรดพิเศษ ที่ต้องการคุณภาพสูงมาก? 30 หุ้นฝรั่งไล่ซื้อ 30 หุ้นฝรั่งขายทิ้ง ประจำวันที่ 3 ส.ค.58รวมทั้งที่ประชุม กบง. ยังมีมติเห็นชอบแนวทางการแก้ไขระเบียบการรับซื้อไฟฟ้าเพื่อส่งเสริมการพัฒนาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดยให้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดหนึ่งเพื่อทำหน้าที่เสนอแนะแนวทางในการแก้ไขกฎ/ระเบียบที่อาจไม่เอื้อให้เกิดการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน เช่น ระเบียบการรับซื้อไฟฟ้าขนาดเล็กและขนาดเล็กมาก สำหรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และระเบียบการไฟฟ้าทั้ง 3 แห่งว่าด้วยข้อกำหนดการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้า (Grid code) เป็นต้น เพื่อให้มีความสอดคล้องกับการเปิดรับซื้อไฟฟ้าในรูปแบบ FiT โดยไม่กระทบต่อระบบไฟฟ้าบล. อาร์เอชบี โอเอสเค แนะนำ Neutral ราคาเป้าหมาย 38.50 บาท/หุ้น มองแผนลงทุนโรงแรมใหม่ของ CENTEL จำนวน 4 แห่งจะเปิดให้บริการในปี 2561 จึงคาดว่าการเติบโตของกำไรสุทธิในรอบ 2-3 ปีข้างหน้า จะน่าสนใจน้อยลง เนื่องจากต้องพึ่งพาการขยายตัวของอัตรากำไรจากการดำเนินงานเป็นหลัก โดยคาดว่า EBITDA margin เพิ่มขึ้นในอัตราปกติปีละ 50-60bps ในรอบปี 2559-60 ซึ่งโรงแรมที่ดำเนินงานอยู่จะหนุนความสามารถในการทำกำไรUNIQ 17.90 ยกตัวขึ้นด้วยแรงซื้อหนาแน่นพร้อมสัญญาณหนุนจาก RSI ระยะสั้นยังดูดี เก็งกำไร แนวรับ 17.60 แนวต้าน 18.50, 19.00 Cut loss 17.40 บ. ขณะที่เชฟรอน คอร์ปปอเรชัน เปิดเผยรายได้ไตรมาส 2 ปีนี้อยู่ที่ 571 ล้านดอลลาร์ ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปีที่แล้วที่ 5.7 พันล้านดอลลาร์ โดยผลประกอบการไตรมาส 2 ของเชฟรอนออกมากย่ำแย่ที่สุดในรอบ 7 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากการร่วงลงของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเช่นกัน (+/-) ดัชนี PMI ภาคการผลิตจีน (1 ส.ค.) จีนจะรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตจีนเดือนก.ค.58 โดย Bloomberg คาดลดลงแตะ 50.1 จาก 50.2 นอกจากนี้ จับตาทางการจีนในช่วงสุดสัปดาห์นี้ว่าจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหรือไม่หลังเศรษฐกิจยังคงอ่อนแอหุ้นรอยัล ดัชท์ เชลล์ พุ่งขึ้น 4.9% หลังจากบริษัทประกาศแผนลดจำนวนพนักงานและขายหุ้นในโรงงานน้ำมันแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ขณะที่หุ้นโนเกียทะยานขึ้น 7.5% หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาด, หุ้นเฟี๊ยต หุ้นไครสเลอร์ ออโตโมบิลส์ ต่างก็ปรับตัวขึ้นอย่างน้อย 5.8% หลังจากทั้งสองบริษัทได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการปี 2558 หุ้นแอสทราเซเนกา พุ่งขึ้น 3.1% ขานรับผลประกอบการที่ดีเกินคาดของบริษัท,BEUATYซื้อ เมื่อทะลุด่าน 4.28 ระหว่างวัน เพื่อลุ้นฝ่าด่าน 4.38 และ 4.50 ขึ้นต่อไปคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ลงมติในการประชุมครั้งล่าสุดให้คงอัตราดอกเบี้ยในช่วง 0-0.25% ต่อไป ขณะที่ระบุถึงความคืบหน้าในตลาดแรงงาน ซึ่งบ่งชี้ว่าเฟดยังคงเดินหน้าในความพยายามปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. หรือช่วงต่อไปในปีนี้ อย่างไรก็ตามมองว่าดัชนีจะฟื้นตัวในระยะสั้นเท่านั้น เนื่องจากยังปัจจัยกดดันที่มีอยู่ ทั้งความกังวลของตัวเลขเศรษฐกิจ ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไทย และการปรับลดประมาณการณ์กำไรของบริษัทจดทะเบียน ประกอบกับค่าเงินบาทที่ปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่ายังเป็นแรงกดดันทำให้ดัชนีลงต่อได้อีก โดยมองกรอบแนวรับ 1,410 จุด แนวต้าน 1,429 จุดส่วนสกุลเงินยูโรแข็งค่าขึ้นหลังจากนายยูคลิด ซาคาโลตอส รมว.คลังกรีซ กล่าวว่า การเจรจาระหว่างรัฐบาลกรีซและเจ้าหนี้เกี่ยวกับรายละเอียดในเงื่อนไขข้อตกลงให้ความช่วยเหลือทางการเงินฉบับที่ 3 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในบรรยากาศเชิงบวก โดยหัวข้อการเจรจาครอบคลุมถึงการเพิ่มทุนธนาคารกรีซหลังการใช้มาตรการควบคุมเงินทุน, โครงสร้างของกองทุนแปรรูปรัฐวิสาหกิจเป็นเอกชน และการปรับนโยบายการคลัง รวมทั้งการบรรลุเป้าหมายเกินดุลงบประมาณ 3.5% ของตัวเลขจีดีพีภายในปี 2018ขณะที่รายได้ของบริษัทในปีนี้ยังคงเป้าหมายที่ 3 พันล้านบาท โดยคาดว่ารายได้ในครึ่งปีแรกของปี 58 จะทำได้ใกล้เคียงช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ราว 1 พันล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) อยู่ที่กว่า 2 พันล้านบาท ซึ่งทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ 1 พันล้านบาท。

3.7 ถนนกำแพงเพชร 5 ตั้งแต่ แยกอุภัยเจษฎุทิศ ถึง ถนนพระราม 6สำหรับอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันลดลง 0.4% สู่ระดับ 95.1% ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะทรงตัวขณะที่การผลิตน้ำมันดิบลดลง 145,000 บาร์เรล สู่ระดับ 9.413 ล้านบาร์เรล/วันในสัปดาห์ที่แล้วทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI และเบรนท์ต่างพุ่งขึ้นกว่า 1 ดอลลาร์ หลัง EIA เผยรายงานดังกล่าว แต่ปรับลงในเวลาต่อมา เนื่องจากดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น จากกระแสคาดการณ์ที่ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายนตามแผน ดัชนี 1,439.78 เปลี่ยนแปลง -0.34 จุดITDU15/7.24 Short ที่เปิดไว้ 7.20 บาท ถือต่อถ้าไม่ผ่าน 7.35 บาท รอทำกำไร 6.95 บาทนายพีรทัศน์ กล่าวว่า การลงทุนในพาราไดซ์ กรีนเอนเนอยี่ ครั้งนี้ ทำให้บริษัทก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้านธุรกิจเชื้อเพลิงชีวมวล และแปรรูปพืชพลังงานครบวงจร ตั้งแต่การเพาะต้นพันธุ์ การปลูก การเก็บเกี่ยว จนถึงการแปรรูปด้วยเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวมวล, AJD ร่วง 0.92% หลังแจ้งข่าวเซ็น MOU กับ YTO Express Co.,Ltd. โดยบริษัทชี้แจงว่าการที่นายทะเบียนบริษัทมหาชนแจ้งว่ากรรมการทั้ง 3 ท่านยังมิได้ออกจากตำแหน่งตามวาระและมิได้รับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการตามคำขอจดทะเบียนของบริษัทจึงส่งผลให้นายเชวง จริยะพิสุทธิ์ นางสาวเขมกร วชิรวราการ และนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจยังคงมีสถานะเป็นกรรมการของบริษัทเช่นเดิมและต่อเนื่องมาโดยตลอดนับตั้งแต่การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2558 เป็นต้นมา นอกจากนี้ยังไม่ปรากฏว่ามีการแจ้งหรือยื่นหนังสือขอลาออกจากการเป็นกรรมการรวมถึงกรรมการตรวจสอบของ NMG มาก่อน จึงทำให้จำนวนกรรมการตรวจสอบของบริษัทครบถ้วนเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดเพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนได้รับทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวและเพื่อประกอบการพิจารณาของตลาดหลักทรัพย์ฯเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งกรรมการและกรรมการตรวจสอบที่ครบกำหนดออกตามวาระการเป็นกรรมการดังกล่าวปัจจุบันนายพูนสิทธิ์ อายุ 44 ปี สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี สาขาบริหารธุรกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐนิวแฮมเชียร์ ปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา (ทุนธนาคารแห่งประเทศไทย) และปริญญาโทสาขาปรัชญา จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษบล.เออีซี แนะนำ BUY ราคาเป้าหมาย 45.00 บาท/หุ้นช่วงครึ่งหลังปี 58 คาดกำไรยังโตสดใสจากปีก่อนเพราะนอกจากปีก่อนจะมีฐานกำไรต่ำจากธุรกิจโรงแรมได้รับผลกระทบหนักจากปัญหาการเมือง ภายใต้สถานการณ์การเมืองไทยที่นิ่งและการไหลเข้ามาเที่ยวไทยของชาวจีน ทำให้ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมยังมี Sentiment บวกต่อเนื่อง,SET : ยืนได้ ก็ไปต่อ,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทที่จะเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 3 บริษัท ได้แก่ บมจ. บางกอกกล๊าส ,บมจ.เทอร์ราไบท์ เน็ท โซลูชั่น (TBNS) และบมจ.สเตรกา(STRGA) ได้ยื่นขอถอนแบบเสนอขายหุ้น(ไฟลิ่ง)จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)แล้ว โดยบางรายต้องการปรับโครงสร้างภายในให้เรียบร้อยก่อนCPN (ปิด 46.75 บาท) ราคาเหมาะสมทางพื้นฐาน 60.00 บาท สำหรับแนวโน้มครึ่งปีหลัง 58 ยังไปได้ดี โดย Spread ที่แกร่งของปิโตรเคมียังหนุน บริษัทคาดการณ์ว่าส่วนต่างของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีปี 58 เฉลี่ยจะเพิ่มขึ้น 10% เป็น 750 เหรียญสหรัฐ/ตัน ความต้องการใช้ซีเมนต์ในครึ่งปีหลัง 58 จะเติบโตเพิ่มเป็น 5-6%เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะฐานปีก่อนต่ำ (ครึ่งแรกปี 58 ทรงตัว) ทำให้ทั้งปีจะขยายตัวได้ 3%บล.กสิกรไทย แนะนำ ซื้อ CENTEL โดย CENTEL จัดประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เรามีมุมมองเป็นบวกเนื่องจากเราคาดแนวโน้มกำไรไตรมาส 2 ปี 2015 น่าจะประทับใจจากธุรกิจโรงแรมที่เติบโตแข็งแกร่งและอัตรากำไรที่สูงขึ้นของธุรกิจอาหาร ยังคงเป้าหมายกำไรปี 2015 และ ราคาเป้าหมาย CENTEL ที่ 42 บาท แนะนำ ซื้อ CENTEL เป็น Top pickแมคควอรี DW28 เปิดเผยว่า Call DW หุ้นแบงก์บวกตามหุ้นอ้างอิงอย่างแข็งแกร่งในช่วงเช้า ขณะที่นักลงทุนยังให้ความสนใจ SET50 DW หนาแน่น โดยเฉพาะ SET50 Call DW จากการที่ดัชนีหลักทรัพย์อ้างอิงปรับตัวเพิ่มขึ้น โดย SET50 Index ปิดเที่ยง +1.1% ส่วนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า S50U15 ปิดเที่ยง +0.3% ทั้งนี้ DW28 ที่ได้รับความสนใจได้แก่ S5028C1509C และ S5028C1508A SET ปิดปรับขึ้น KBANK ซื้อ-ขายสูงสุด 1.26 พันลบ.ข้อมูลของ CFLP สอดคล้องกับที่มาร์กิตรายงานก่อนหน้านี้ว่า ดัชนี PMI ภาคการผลิตเบื้องต้นของจีนในเดือนก.ค.ลดลงแตะ 48.2 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือน จาก 49.4 ในเดือนมิ.ย.ถึงแม้เศรษฐกิจไทยจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าในช่วงครึ่งหลังของปีเศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับหลากหลายความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวความเสี่ยงแรก ได้แก่ เศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง สะท้อนจาก IMFปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกในปี 2558 อยู่ที่ร้อยละ 3.3 (ต่ำสุดในรอบ 6 ปี) โดยมีมุมมองที่เป็นบวกลดลงในเศรษฐกิจหลัก อาทิ สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และอาเซียน-5 ทำให้ภาคส่งออกมีแนวโน้มซบเซาต่อเนื่อง、3. ตามข้อบังคับของบริษัท กรรมการที่ต้องออกจากการเป็นกรรมการตามวาระ ให้มีผลตั้งแต่เมื่อใดนอกจากนี้ ผลประกอบการที่ย่ำแย่ของบริษัทพลังงานในสหรัฐยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่กดดันให้นักลงทุนเทขายสัญญาน้ำมันดิบ โดยเอ็กซอน โมบิลเปิดเผยรายได้ในไตรมาส 2 ปีนี้อยู่ที่ 4.2 พันล้านดอลลาร์ ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปีที่แล้วที่ระดับ 8.8 พันล้านดอลลาร์ ด้านนักวิเคราะห์กล่าวว่า ผลประกอบการของเอ็กซอน โมบิล ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการร่วงลงของราคาน้ำมันดิบ,Energy: ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาณฟื้นตัวทางเทคนิคกลับขึ้นมาเคลื่อนไหวเหนือระดับ 18000 และมีแนวต้านที่ 18700ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นเทียบกับสกุลเงินเยนที่ 123.94 เยน จาก 123.61 เยน แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9670 ฟรังก์ จาก 0.9630 ฟรังก์ และแข็งค่าขึ้นแตะ 1.2936 ดอลลาร์แคนาดา จาก 1.2933 ดอลลาร์แคนาดา ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียปรับตัวลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 0.7298 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7326 ดอลลาร์กลยุทธ์การลงทุน : เน้นกลุ่มที่ได้รับอานิสงค์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ 6 ด้าน ซึ่งรมว.คลังเตรียมเสนอ ครม. 4 สค.นี้ (SCC, CK, STEC, AOT, TASCO, AMATA, HEMRAJ, WHA, CPALL, ROBINS, SCB, KBANK, MTLS)Energy: ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกิดสัญญาณฟื้นตัวทางเทคนิคกลับขึ้นมาเคลื่อนไหวเหนือระดับ 18000 และมีแนวต้านที่ 18700。

The Seoul Central District Court ruling might help lower temperatures, but a political solution is needed to improve South Korea’s relations with Japan.

After the Latest Forced Labor Court Ruling, Where Do Japan-South Korea Relations Stand?
Credit: Depositphotos

Relations between South Korea and Japan have been at a nadir since 2018, when the South Korean Supreme Court ruled in two cases that workers used as forced labor by Japan during World War II were entitled to financial compensation from Mitsubishi Heavy Industries Ltd. and Nippon Steel. But a recent decision by the Seoul Central District Court on the issue of forced labor may add more confusion than clarity to an issue that has strained relations between the two countries.

The case before the Seoul Central District Court was the largest of nearly two dozen cases on the forced labor issue moving through the South Korean court system. The case involved about 85 victims and their families suing 16 Japanese firms.

Rather than ruling in the plaintiffs’ favor, as was expected based on the 2018 Supreme Court decision, the Seoul Central District Court dismissed the case and instead decided to follow the minority decision from the 2018 Supreme Court case in arguing that the 1965 Agreement on the Settlement of Problems Concerning Property and Claims and? on Economic Cooperation with Japan limited the right to sue.

The Seoul Central District Court also argued that not dismissing the case could damage South Korea’s relations with the United States if the International Court of Justice found that South Korea violated the Claims Agreement. In dismissing the case, Justice Kim Yang-ho said, “Proceeding with the case could result in breaching international law … and trigger adverse effects globally if its final ruling is forcibly implemented.”

The decision partially affirms Japan’s long-held position that the issue of compensation for forced labor (and other colonial-era abuses) was “settled completely and finally” as part of its 1965 normalization treaty with South Korea. However, the Seoul Central District Court noted, “We cannot say that an individual’s right to claims completely expired under the agreement but it is right to interpret that a South Korean national is limited in exercising it against Japan or a Japanese national.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

In dismissing the plaintiffs’ case but noting that their right to compensation had not been completely resolved by the 1965 treaty, the Seoul Central District Court in essence argued that the legal path to compensation should be closed but that the political path should remain open.

In response to the decision, this is in essence what some commentators in South Korea have argued. The conservative JoongAng Ilbo, for example, has suggested that the decision has opened the door for negotiations and created an opportunity for the Moon government to test the theory of reconciling with Japan. On the other hand, the progressive Hankyoreh criticized the decision for contradicting the Supreme Court and including non-legal considerations such as the potential impact on the South Korea-U.S. alliance.

However, the plaintiffs in the case have signaled that they will appeal the decision so any political space created by the decision could be short-lived. It is rare for a lower court to contradict a Supreme Court decision and the Seoul Central District Court’s decision is likely to be reversed on appeal. Any window created by the decision for a political solution to the forced labor issue will be constrained by the speed with which the victim’s appeal is heard and the timing of decisions on the remaining cases.

Finding a political resolution, however, remains challenging as the issue of forced labor is not the only area of contention between South Korea and Japan.

Around the same time as the two Supreme Court decisions on forced labor, the South Korean government announced it would formally dissolve the Reconciliation and Healing Foundation set up under the 2015 agreement on “comfort women,” a euphemism for women forced to sexually service the Japanese military during World War II. That agreement was supposed to “finally and irreversibly” resolve the issue of Japan’s use of South Korean women as sex slaves during World War II. The decision to close the foundation established to compensate the victims was seen by Japan as undermining the agreement.

If the dispute over the comfort women had remained confined to the dissolution of Reconciliation and Healing Foundation it might have only been a momentary issue in the relationship, but the issue of the comfort women has also returned to the South Korean court system.

Earlier this year, the Seoul Central Court District ruled that Japan was liable for compensation to the comfort women and that sovereign immunity did not apply because of the “anti-humanity acts systematically planned and perpetrated by the accused.” Japan refused to accept the verdict and Prime Minister Suga Yoshihide said that “South Korea should take steps to correct violations of international law and that the ruling will never be accepted.”

A separate Seoul Central Court District decision a few months later contradicted that decision when it dismissed a case brought by a different group of comfort women. In the second case, the court argued that sovereign immunity did apply to Japan. Similar to the recent decision on forced labor, the judge in the case also considered the diplomatic implications of the case. Judge Min Seong-cheol said that “If an exception on state immunity is acknowledged, a diplomatic clash would be inevitable during the process of forcing the ruling’s implementation.”

The disputes over forced labor have also moved beyond the courtroom and diplomatic statements. Despite Japan’s denial of its linkage to the issue of forced labor, Tokyo’s decision to weaponize its economic relationship with South Korea further deepened distrust in the relationship and resulted in South Korea also removing Japan from its white list of trusted trade partners and a boycott of some Japanese consumer items by the South Korean public. South Korea also threatened to withdraw from its intelligence sharing agreement with Japan, but ultimately maintained the agreement under U.S. pressure.

Even if there was a will to improve relations South Korean President Moon Jae-in and Suga find themselves in weakened political positions. Moon’s single term presidency ends next May and his approval rating has fallen from its early pandemic highs of 70 percent to 36 percent. Suga faces similar political challenges, with elections this fall and a cabinet approval rating of 32.2 percent.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Ultimately, there is unlikely to be resolution to these cases until Seoul and Tokyo reach a political decision to resolve the issue and improve relations. The Seoul Central District Court’s decision on the issue of forced labor, combined with the earlier decision on the comfort women, creates confusion in the legal process, but could also provide the political space for South Korea and Japan to engage in deeper discussions on how to improve their relations. The question is whether the two governments will take the opportunity to engage in discussions that will help to bring resolution to these issues.