The Koreas | Security | East Asia

slotxo เล่น ใน เว็บ: Could More Powerful South Korean Ballistic Missiles Actually Help North Korea?

หวย งวด ประจำ วัน ที่ 16 กรกฎาคม,กรณีมีเศษหุ้นให้ปัดทิ้ง ในราคาเสนอขายหุ้นละ 2.00 บาท และในระหว่างระยะเวลาการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน ผู้ถือหุ้นเดิมอาจแสดงความจำนงจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนเกินจากสิทธิ(Excess Rights) ที่ได้รับจัดสรรตามสัดส่วนได้ ในราคาเสนอขายเดียวกัน ทั้งนี้ มอบหมายให้คณะกรรมการหรือบุคคลที่คณะกรรมการมอบหมายเป็นผู้พิจารณากำหนดวันจองซื้อและระยะเวลาเสนอขาย เงื่อนไข และรายละเอียดอื่น ๆ เกี่ยวกับการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแก่ผู้ถือหุ้นเดิม และมีอำนาจในการพิจารณาจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนส่วนที่เหลือจากการที่ผู้ถือหุ้นไม่ใช้สิทธิจองซื้อให้แก่ผู้ถือหุ้นที่แสดงความจำนงจะซื้อหุ้นเพิ่มทุนเกินจากสิทธิ ตามสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิมแต่ละรายที่จองเกินสิทธิดังกล่าว จนกระทั่งไม่มีหุ้นเหลือจากการจัดสรร ในกรณีที่มีหุ้นเหลือเพียงพอที่จะจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมที่จองซื้อหุ้นเกินกว่าสิทธิของตนทุกราย ให้จัดสรรหุ้นให้แก่ผู้ถือหุ้นที่จองซื้อเกินสิทธิแต่ละรายตามจำนวนหุ้นที่แสดงความจำนงที่จะซื้อเกินสิทธิดังกล่าวทั้งนี้ผลการดำเนินงานดังกล่าวที่ขาดทุนเพิ่มขึ้น เนื่องจากในไตรมาสที่ 2 ปี2558 บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเท่ากับ 178 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 124% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากการรวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารของเนอวานาและโรงแรมพีพี วิลเลจบริษัท ไฟร์วิคเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ FIREรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/58 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.58 มีกำไรสุทธิ 15.82 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.05 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 14.63 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.06 บาทต่อหุ้น, หุ้นที่มีการเคลื่อนไหวดูดีมีอารมณ์ น่าเก็งกำไรเช้านี้ มอง PRlNC เล็งเป้าหมายไว้ที่ 4.16 บาท และ HMPRO มองไปที่ 6.70 บาท เงินบาทอ่อนค่าจากช่วงเช้า กรอบสัปดาห์ 35.15-35.30ด้านการเปิดดำเนินงานธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ และธุรกิจคาร์ฟอร์แคส ที่จะเปิดดำเนินงานได้ในช่วงไตรมาส 4/58 โดยธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อในไตรมาส 4/58 อยู่ที่ 10 ล้านบาท และปี 59 ตั้งเป้าปล่อยเพิ่มเป็น 80 ล้านบาทแนวรับ : 1416 และ 1410ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลสรุปการซื้อขายหุ้นประจำสัปดาห์ผ่านไทย เอ็นวีดีอาร์ ระหว่างวันที่ 10 14 ส.ค. 58 ซึ่งเป็นดัชนีหนึ่งที่สะท้อนการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติ พบว่าหุ้นที่มีการซื้อสุทธิมากที่สุด 20 อันดับแรก หากพิจารณาจากจำนวนหุ้นที่ซื้อสุทธิ ได้แก่ราคาน้ำมันปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย หลังจากปิดแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 6 ปีครึ่งในวันก่อนหน้า แต่สัญญาน้ำมันก็ยังอ่อนแรงลงเป็นสัปดาห์ที่ 7 ติดต่อกันจากความวิตกเกี่ยวกับอุปสงค์จากจีนและความกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันจำนวนมากในตลาดโลก บรรดาบริษัทน้ำมันของสหรัฐได้เพิ่มการขุดเจาะในสัปดาห์นี้ แม้ว่าราคาน้ำมันดิบร่วงลง ซึ่งส่งผลให้จำนวนบ่อน้ำมันในสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกันทั้งนี้ผลการดำเนินงานดังกล่าวที่พลิกกำไรเนื่องจากต้นทุนขายและบริการลดลง ซึ่งส่วนใหญ่มาจากต้นทุนวัตถุดิบ,สล็อต xo 888 ,ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 221.53 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.0256 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 271% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 59.71 ล้านบาท หรือมีกำไรต่อสุทธิ 0.0062 บาทต่อหุ้นทั้งนี้ หากบริษัทจะมีการดำเนินการใด ๆ ที่เป็นสาระสำคัญ บริษัทจะปฏิบัติตามกฎระเบียบและแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อเผยแพร่ข้อมูลให้นักลงทุนทราบต่อไปคำค้นMILL บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320ส่วนการดำเนินการขายไฟฟ้าในรูปแบบเชิงพาณิชย์ของโรงงานผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ โดยใช้หญ้าเนเปียร์เป็นเชื้อเพลิง ที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ มีกำลังการผลิตไฟฟ้า 1.5 เมกะวัตต์ ปัจจุบันรอเพียงสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สกพ.) ซึ่งคาดว่าจะทราบความชัดเจนได้ภายในเดือนกันยายนนี้ , เช็คที่นี่! เส้นทาง BTS-MRT-ทางด่วน-ขสมก.ฟรีค่าโดยสารเลี่ยงขบวนปั่นเพื่อแม่กลยุทธ์การลงทุน Investment Tactic : ASP เผยงบฯ Q2/58 กำไรลดเกือบครึ่ง หลังรายได้ลดลง。

PTTGC จับมือ โตโยต้าทูโช-ซันโยเคมิคอล ร่วมลงทุนตั้งโพลียูริเทนคอมเพล็กซ์นอกจากนั้น ในปีนี้ยังมีการพัฒนาโครงการภายใต้แบรนด์ใหม่อีก 2 โครงการ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าด้วยไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน ได้แก่ โครงการเลสโต คอนโด สุขุมวิท 113 และโครงการแนวราบอีก 1 โครงการ ริทโม่ ชัยพฤกษ์-วงแหวน ซึ่งทั้งจะเปิดขายในไตรมาสสี่ของปีนี้,สำหรับการลงทุนรวม ชะลอลง 2.5% เทียบกับที่ขยายตัว 10.7% ในไตรมาสที่แล้ว โดยการลงทุนภาครัฐชะลอลง 24.7% ในขณะที่การลงทุนภาคเอกชน หดตัว 3.4% ส่วนภาคต่างประเทศ ดุลการค้าและดุลบริการ ณ ราคาประจำปี เกินดุล 291.1 พันล้านบาท โดยดุลการค้าเกินดุล 261.9 พันล้านบาท และดุลบริการเกินดุล 29.2 พันล้านบาท、slot joker 618、ทั้งนี้ S แต่งตั้งให้บริษัทแอดไวเซอรี่ พลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระของบริษัทฯ กำหนดให้จัดการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2558 ในวันพุธที่ 30 กันยายน 2558 บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ AKR รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/58 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 12.44 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.009 บาทต่อหุ้น ลดลง13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 14.33 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.011 บาทต่อหุ้น,โดยผลการดำเนินการช่วง 3 เดือนที่พลิกขาดทุน หลังจากบริษัทมีต้นทุนขายในส่วนขายบ้านพร้อมที่ดินเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการขายบ้านโดยปรับปรุงและซ่อมแซมบ้านให้อยู่ในสภาพพร้อมขายและโอนกรรมสิทธิ์จึงทำให้โครงการมีต้นทุนสูงขึ้น อีกทั้งบริษัทยังมีค่าใช้จ่ายการขายและบริหารเพิ่มขึ้น โดยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากการจ่ายคืนเงินค่าสาธารณูปโภคส่วนกลางที่บริษัทฯ​ ได้เรียกเก็บลูกค้าในอดีตซึ่งต้องจ่ายคืนให้กับลูกค้าทั้งนี้ผลการดำเนินงานดังกล่าวที่กำไรลดลง เนื่องจากบริษัทมีรายได้จากการขายและบริการลดลง 51.49 ล้านบาท สาเหตุเกิดจากการขายสินค้าลดลง ขณะที่บริษัทมีค่าส่งเสริมการขายเพิ่มขึ้น 42.84% เนื่องจากได้รับการสนับสนุนเพิ่มขึ้นจากกลุ่มธุรกิจโทรศัพท์มือถือ อีกทั้งมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริการเพิ่มขึ้น 40.87 ล้านบาท หรือ 14.91%ส่วนผลประกอบการในปีนี้มั่นใจว่ากำไรจะดีกว่าปีก่อน ขณะที่รายได้จะเติบโตได้ราว 10% แม้ว่าตลาดรวมเครื่องดื่มอาจจะชะลอตัวลงจากปีก่อนFER ซื้อ ราคาหุ้นมีจังหวะแกว่งตัวขึ้นอีกครั้ง พร้อมปริมาณการซื้อขายเริ่มกลับมาสูงขึ้นหลังพักตัว เครื่องมือ DI+ กลับมาตัด ADX ขึ้นอีกครั้ง เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกบริเวณ 1.35 บาท และถัดไปที่ 1.45 บาท CPL มั่นใจ 2H58 กลับสู่ฤดูกาลขาย ฉวยโอกาสที่ราคาวัตถุดิบลดผลิต-ระบายสต็อกสินค้าMCS ประกาศงบ 2/58 มีกำไรสุทธิ 153.06 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.31 บาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 23.38 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิต่อหุ้น 0.05 บาทนอกจากนี้ กลุ่มอความีแผนขยายการลงทุนในธุรกิจคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าเพิ่มขึ้น โดยมีเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 100,000 แสนตารางเมตร ภายในช่วง 12 เดือนข้างหน้าดัชนีนิกเกอิปรับตัวขึ้นตั้งแต่ตลาดเปิดทำการ เพราะได้รับแรงหนุนจากการปิดบวกของตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกหลังจากรัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า GDP ไตรมาส 2 หดตัวลง 1.6% ซึ่งหดตัวน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ราคาน้ำมันปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย หลังจากปิดแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 6 ปีครึ่งในวันก่อนหน้า แต่สัญญาน้ำมันก็ยังอ่อนแรงลงเป็นสัปดาห์ที่ 7 ติดต่อกันจากความวิตกเกี่ยวกับอุปสงค์จากจีนและความกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันจำนวนมากในตลาดโลก บรรดาบริษัทน้ำมันของสหรัฐได้เพิ่มการขุดเจาะในสัปดาห์นี้ แม้ว่าราคาน้ำมันดิบร่วงลง ซึ่งส่งผลให้จำนวนบ่อน้ำมันในสหรัฐเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน、สำหรับกรณีกระแสการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่นั้น นายประสาร ยืนยันว่า ไม่ได้รับการทาบทามเข้าร่วม ครม.ประยุทธ์ 2 และเชื่อว่าการทำงานของครม.ชุดใหม่จะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่กระทบความเชื่อมั่นกับภาคธุรกิจ เนื่องจากนายกรัฐมนตรียังอยู่บริหารงานเช่นเดิมราคาปิด 2.30 ตัดขาดทุน 2.20สำหรับการลงทุนรวม ชะลอลง 2.5% เทียบกับที่ขยายตัว 10.7% ในไตรมาสที่แล้ว โดยการลงทุนภาครัฐชะลอลง 24.7% ในขณะที่การลงทุนภาคเอกชน หดตัว 3.4% ส่วนภาคต่างประเทศ ดุลการค้าและดุลบริการ ณ ราคาประจำปี เกินดุล 291.1 พันล้านบาท โดยดุลการค้าเกินดุล 261.9 พันล้านบาท และดุลบริการเกินดุล 29.2 พันล้านบาท MCS ปิดเทรดสวย ราคาวิ่งกว่า 8% รับงบฯ Q2 พลิกกำไร。

The U.S. decision to lift restrictions on South Korean missile development could be a blessing in disguise for Pyongyang.

Could More Powerful South Korean Ballistic Missiles Actually Help North Korea?
Credit: Depositphotos

Following a meeting between U.S. President Joe Biden and his South Korean counterpart Moon Jae-in on May 21, it was announced that the United States had agreed to lift restrictions imposed on South Korea’s development of ballistic missiles. These restrictions had been gradually relaxed since 2001 to allow South Korea to field longer ranged ground-based missiles with heavier warheads. The lifting of restrictions entirely opens up the possibility of a much more ambitious missile program capable of launching precision strikes across Northeast Asia – and possibly much farther.

North Korea responded on May 31 by condemning the relaxation of restrictions, with the state-run Korean Central News Agency (KCNA) stating: “It is an apparently deliberate and hostile act that the U.S. lifted the firing range limit, not content with the removal of the warhead weight limit through the approval of several revised ‘missile guidelines.’ The termination of the ‘missile guidelines’ clearly shows who is behind the escalation of tension on the Korean peninsula.”

The article warned that this could allow South Korea to develop hypersonic, submarine launched, and even intercontinental ranged ballistic missiles in a short period, claiming that Washington was seeking to intensify the arms race on the Korean Peninsula by giving Seoul the green light to move ahead with its missile program. Such a possibility was described as “disturbing.” The North Korean state media outlet further claimed that the move was a sign of double standards regarding which of the Koreas is permitted to develop ballistic missile capabilities, stating: “The U.S., doggedly branding the measures taken by the DPRK [Democratic People’s Republic of Korea – the official name of North Korea] for self-defense as violations of U.N. ‘resolution,’ grants its allies unlimited rights to missile development. It is engrossed in confrontation despite its lip-service to dialogue. The termination step is a stark reminder of the U.S. hostile policy toward the DPRK and its shameful double-dealing.”

While an unrestricted South Korean ballistic missile program may initially appear to threaten the North, with which Seoul and Washington have been technically at war for over 70 years, assessing the full implications of a less restricted South Korea missile program indicates it may in fact strengthen Pyongyang’s position for multiple reasons.

First, the existing range restrictions for South Korean missiles already allow it to field munitions that can strike anywhere on the Korean Peninsula with warheads of any size – with its latest missiles deploying exceptionally large two ton warheads. This means a lifting of restrictions may not actually have any notable impact on the South’s ability to strike the North, in contrast to the previous loosening of restrictions in 2012 and 2017. The former amendment to restrictions allowed South Korea to field missiles with a range of up to 800 km, which was enough to comfortably cover all of North Korea from almost any launching point the South, while the latter removed all restrictions on warhead weight. Any missile designs that are actually affected by the recent abolition of restrictions will thus likely be focused on striking targets beyond the Korean Peninsula – a capability that will not necessarily harm Pyongyang’s interests.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

The lifting of missile restrictions notably comes as part of a growing trend toward greater autonomy for South Korea’s armed forces, with Seoul expected to gain wartime operational command over its military in 2022, when a decades-long arrangement that placed its assets under U.S. wartime command comes to an end. This trend could well lead to a reduced dependence on Washington for protection, and in turn provide Seoul with greater room to conduct policy independently. This has particularly significant implications for its relations with China and North Korea.

China is South Korea’s largest trading partner by a significant margin, but Seoul has come under increasing U.S. pressure to take a hard line against Beijing. The U.S. deployment of THAAD air defenses to South Korea from 2016, and the serious harm this did to diplomatic and economic ties between Seoul and Beijing, provides an example of precisely the kind of situation South Korea hopes to avoid as China-U.S. relations worsen – and greater military independence could better allow it to stay out of a similar predicament in the future.

Furthermore, with South Korea’s ability to improve ties with the North effectively restricted by the U.S., despite the Moon administration having had a strong popular mandate for inter-Korean rapprochement, greater independence from Washington in defense could well facilitate more independence in this area of policymaking as well. South Korea is already considered by some assessments to be one of the world’s five or six most capable military powers, and with command of its own armed forces, an increasingly self-reliant defense sector, and a long-range ballistic missile deterrent the argument that it need depend on U.S. protection would be weakened – thus potentially loosening Washington’s leverage over policy.

Beyond the potential effects the removal of ballistic missile restrictions could have on Seoul’s strategic position, it could also go a long way toward effectively legitimizing North Korea’s own ballistic missile program. Western-led efforts to arbitrarily label North Korea’s development of ballistic missiles as “provocative” have often struggled to stand up to scrutiny, with very similar missile tests in India, Pakistan, Israel, and the West itself treated as normal and legitimate and receiving entirely different coverage. The only outstanding difference between North Korea’s missile program, and those of the three other nuclear weapons states not sanctioned by the Treaty on the Non-Proliferation of Nuclear Weapons, is that Pyongyang’s program is aimed at restricting the military freedom of action of Western states through deterrence. The others, by contrast, are all aimed at deterring non-Western neighboring states in South Asia and the Middle East, and are therefore considered acceptable in the Western-dominated discourse on the issue.

A powerful South Korean missile arsenal would emphasize these double standards with an example much closer to home for Pyongyang, and effectively underline that claims a North Korean missile deterrent is provocative and unacceptable are arbitrary – since the South would be doing precisely the same. A South Korean long ranged missile program could make that of the North look much more legitimate – and do so without significantly harming North Korean security.

While Pyongyang will protest the possibility of an expanded South Korean ballistic missile deterrent, and will seek to use Washington’s green light to an expansion of Seoul’s arsenal and capabilities to highlight the double standards under which its own arsenal has been condemned, in the medium term North Korea’s position is likely to only be strengthened. The extent to which Seoul may seek to increasingly assert its independence from Washington as the country takes greater responsibility for its own defense, as trade with China becomes increasingly central to its economic interests, and as the economic benefits of potential rapprochement with Pyongyang remain alluring, is yet to be seen.