Pacific Money | Economy | Southeast Asia

โปรโมชั่น เซียนตู้สล็อต: Who Is Winning Southeast Asia’s Car Wars?

จุดอ่อน บา ค่า ร่า,โดยราคาหุ้นปิดตลาดวันนี้อยู่ที่ 14.60 บาท ปรับตัวขึ้น 0.70 บาทหรือ 5.04% มูลค่าการซื้อขาย 1.59 พันลบ.ขณะที่ตลท.ประกาศขึ้น H หยุดพักการซื้อขายหลักทรัพย์ของ SINGER เป็นการชั่วคราวตั้งแต่เวลา 16.20 น. ของวันที่ 5 มิถุนายน2558 เป็นต้นไปคาดดัชนีปรับตัวขึ้นทดสอบ 1,517นอกจากนี้ ด้วยความเป็นผู้เชี่ยวชาญของบริษัท จึงมองว่าบริษัทมีโอกาสได้รับงานใหม่ๆ เพิ่มเติมจากการเข้าประมูลงาน ทั้งกลุ่มสินค้าสนับสนุนการบิน Catering รถขนส่งสินค้าของผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการของบริษัทเติบโตอย่างต่อเนื่อง,ทั้งนี้คาดว่าจะทำให้ช่วยรักษาชื่อเสียงของสถาบันการเงินด้วย ทำให้ปัจจุบัน JMT เป็นอันดับ 1 ในตลาดหนี้เสียที่ไม่มีหลักประกัน (Unsecured Loan) มีส่วนแบ่งตลาดคิดเป็นราว 90% ของหนี้เสียไม่มีหลักประกันที่สถาบันการเงินนำมาประมูลทั้งหมดในแต่ละปี โดยเฉลี่ยแล้ว JMT จะประมูลหนี้ด้วยเงินลงทุนราว 5% ของมูลหนี้คงค้าง ซึ่งหนี้ก้อนแรกที่ประมูลได้เมื่อ 9 ปีก่อนสามารถเก็บเงินได้ราว 4 เท่าของมูลค่าเงินลงทุนแล้ว และคาดว่ายังสามารถเรียกเก็บเงินจากมูลหนี้ก้อนนี้ได้ต่อในอนาคต MACD ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยทดสอบระดับ 0 เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มขึ้นเคลื่อนไหวเหนือแนวโน้มลง RSI ฟื้นตัวทดสอบระดับ 50นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกันสถานการณ์หนี้สินของกรีซ โดยข่าวล่าสุดระบุว่า กรีซได้ยื่นข้อเสนอปฏิรูปเศรษฐกิจต่อเจ้าหนี้เมื่อวานนี้ เพื่อแลกกับการขอรับเงินช่วยเหลืองวดต่อไป แต่เจ้าหน้าที่หลายรายของสหภาพยุโรป (EU) ได้ปฏิเสธที่จะยอมรับข้อเสนอดังกล่าวของกรีซ โดยระบุว่า ข้อเสนอเหล่านี้ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ EU มอบเงินช่วยเหลืองวดต่อไป ตลท.เลือก BH เข้าคำนวณดัชนี FTSE SET Large Cap มีผล 22 มิ.ย.นี้ทั้งนี้คาดว่าผลประกอบการของ TVT รายได้ในปีนี้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 25% โดยรายได้จะเริ่มกลับมาเติบโตดีตั้งแต่ไตรมาส 2/58 โดยมีปัจจัยหนุนจากรายการที่รับจ้างผลิตในปีนี้ที่เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีอยู่เดิมประมาณ 6 รายการ เพิ่มเป็น 14 รายการ ซึ่งการเพิ่มจำนวนรายการที่ออกอากาศจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับบริษัท โดยเฉพาะประสิทธิภาพในการทำกำไรขั้นต้อปรับตัวดีขึ้นจาก 13.7% เป็น 39% และคาดว่าสัดส่วนรายได้จากการรับจ้างผลิตต่อรายได้ค่าโฆษณาจะเพิ่มจากปีก่อนที่สัดส่วน 25%:75% เป็น 40%:60%บริษัทมองว่าหากภาครัฐสามารถผลักดันการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นรูปธรรมชัดเจนในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ จะช่วยปลุกบรรยากาศการซื้อสินค้ากลุ่มวัสดุก่อสร้างให้สดใสมากขึ้น เนื่องจากเอกชนผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จะลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ๆ เพิ่มเติมและผู้บริโภคก็มีความเชื่อมั่นในการจับจ่ายซื้อสินค้ามากขึ้นทยอยสะสมหุ้นที่กลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์หากกนง. ปรับลดดอกเบี้ยลงสัปดาห์หน้า แนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง เพื่อลุ้นผลการประชุมกนง. ในวันที่ 10 มิ.ย. ว่าอาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 อีก 0.25% เหลือ 1.25% ได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นคาดว่าหุ้นกลุ่มอสังหาฯ (AP LH LPN QH PS SC SPALI), สินเชื่อเช่าซื้อ (ASK TK THANI SAWAD MTLS KTC), โรงแรมและการท่องเที่ยว (AOT CENTEL ERW MINT) และหุ้นปันผลสูง (ADVANC BEC BTS INTUCH JASIF TRUEIF) จะกลับมาโดดเด่นได้ในสัปดาห์นี้ จึงแนะนำทยอยสะสมหุ้นดังกล่าวไว้ล่วงหน้าPLAT ปิด 5.55 +0.35 +6.73%?ขณะที่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี กรุ๊ป จำกัด ซึ่งถือหุ้น โดย SUPER 100% ได้แจ้งว่าบริษัท 17 อัญญวีร์ โฮลดิ้ง จำกัด ,บริษัท มีเดียมาร์ค จำกัด และบริษัท เฮลท์ แพลนเน็ท เมเน้นท์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี กรุ๊ป ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) แล้ว จำนวน 3 โครงการ ปริมาณพลังงานไฟฟ้ารวมสูงสุด 19.9 เมกะวัตต์ โดยตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากำหนดให้ต้องจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในวันที่ 31 ธ.ค.58 มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 25 ปีหลังจากนั้นจะทำคำเสนอซื้อหุ้น TIW ในส่วนที่เหลือจำนวน 2,250,170 หุ้น หรือ 37.50% โดยราคาเสนอซื้อที่ราคาหุ้นละ 143 บาท คิดเป็นมูลค่าที่เสนอซื้อทั้งสิ้น 321.77 ล้านบาทอย่างไรก็ดี บริษัทมีความมั่นใจว่าจะดำเนินงานได้ตามเป้าหมาย เพราะมีทีมบริหารที่มีความเชียวชาญในธุรกิจประกันทั้งสองประเภทมายาวนานและบริษัทได้เตรียมความพร้อมมามากกว่า 12 เดือน ในด้านโปรแกรม ระบบบัญชีและระบบบริหารการขายต่างๆ เพื่อให้ธุรกิจสมบูรณ์ที่สุด จึงพร้อมอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าผ่านช่องทางการชำระที่หลากหลาย รวมถึงบริการเก็บเบี้ยประกันเป็นเงินสดทั่วประเทศ ด้วยทีมงานจัดส่งที่มีประสบการมากกว่า 16 ปีอีกด้วยหุ้นเอชเอสบีซีปรับตัวลง 0.7% หลังจากทางบริษัทประกาศว่าจะขายธุรกิจในตุรกีและบราซิล พร้อมทั้งลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงลงราว 2.90 แสนล้านดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายที่จะลดรายจ่าย และตั้งเป้าที่จะทำให้อัตราผลตอบแทนต่อหุ้นอยู่ในระดับสูงกว่า 10% ภายในปี 2560แนวต้าน 3.40/ 3.60,ส่วนที่เหลืออีก 1 โครงการ คือ โครงการบางบัวทอง บนเนื้อที่ 90 กว่าไร่ มูลค่าโครงการ 4 พันล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 1/59 โดยพื้นที่ดังกล่าวเป็นตลาดเก่า และอยู่ใกล้กับวัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ (วัดเล่ง เน่ยยี่ 2) ซึ่งคาดว่าจะพัฒนาโครงการเป็นตลาดน้ำ 100 ปีบางบังทอง ซึ่งจะมีทั้งอาคารพาณิชย์, ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโดมิเนียม โดยจะเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาในปี 60-62、โปรโมชั่น เว็บคาสิโนหลัก 、ปัจจุบันบริษัทมีพื้นทีเช่ารวมอยู่ที่ 2.2 ล้านตารางเมตร และสิ้นปี 58 คาดว่าจะอยู่ที่ 2.35 ล้านตารางเมตร แบ่งเป็นพื้นที่คลังสินค้าให้เช่า 1.25 ตารางเมตร และพื้นที่โรงงานให้เช่า 1.1 ล้านตารางเมตร ส่วนงบลงทุนในปีนี้ตั้งไว้ที่ 6 พันล้านบาท แบ่งเป็นการขยายพื้นที่โรงงานให้เช่าเพิ่มอีก 100,000 ตารางเมตร และขยายคลังสินค้าให้เช่าเพิ่มอีก 250,000 ตารางเมตร รวมไปถึงการใช้ซื้อที่ดินใหม่อีก 1 พันล้านบาท ,TPIPLกรอบ2.78-3.00ขณะที่ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1 หรือ ITD-W1 เปิดเทรดวันแรกที่ 1.80 บาท ขณะที่เมื่อเวลา 9.57 น.หุ้น ITD อยู่ที่ 8.15 บาท ลดลง 0.05 บาทหรือ 0.61% มูลค่าซื้อขาย 9.03 ล้านบาท โดยเปิดตลาดที่ 8.15 บาท ราคาขึ้นสูงสุด 8.15 บาท และราคาลงต่ำสุด 8.15 บาทดัชนี SET อยู่ที่ 1,504.64 จุด -2.73 จุด -0.18% ปริมาณซื้อขาย 14,662 ลบ.。

แนวโน้มดัชนีเช้านี้ดีดขึ้นต่อ แนวต้าน 1,520 จุดสำหรับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ครั้งนี้ KTB ซึ่งเป็นเจ้าหนี้สถาบันการเงินรายเดียวของบริษัท ยินยอมตกลงให้นำดอกเบี้ยค้างชำระเดิมและเบี้ยปรับผิดนัดมาแปลงเป็นหุ้นสามัญ เพื่อทำให้บริษัทมีส่วนทุนเมื่อหักจากส่วนทุนที่ติดลบของบริษัทจำนวน 275 ล้านบาท ณ ไตรมาส 1/58 แล้วกลับมามีส่วนทุนเป็นบวกประมาณ 35.73 ล้านบาท เข้าเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯที่จะขอนำหุ้นกลับเข้ามาซื้อขายในตลาดทุนได้โดยให้แนวต้านบริเวณ 1,520 จุด และแนวรับที่ 1,500 จุด,ด้านปัจจัยในประเทศ วันที่ 10 มิถุนายน นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้น้ำหนักกับตัวเลขการส่งออกค่อนข้างมาก ซึ่งการประชุมครั้งที่ผ่านมา กนง. ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปแล้ว ทั้งนี้ มุมมองว่า กนง. จะปรับลดดอกเบี้ยอีกหรือไม่ ยังไม่ชัดเจนนักสำหรับเงินลงทุนในการลงทุนต่างประเทศส่วนหนึ่งจะมาจากการขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไทคอน (TREIT) มูลค่า 4 พันล้านบาท ในช่วงไตรมาส 4/58 ซึ่งเลื่อนจากกำหนดเดิมที่จะขายในช่วงไตรมาส 3/58 เนื่องจากกระบวนการจากทางคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ใช้ระยะเวลานาน นอกจากนี้บริษัทยังจะออกหุ้นกู้มูลค่า 700-800 ล้านบาท อายุ 3 ปี ในช่วงไตรมาส 3/58 เพื่อทดแทนหุ้นกู้ชุดเดิมที่จะหมดอายุด้วยSET ไม่ New Low ก็ OKหุ้นกลุ่มสายการบินร่วงลง หลังจากนักวิเคราะห์ของเรย์มอนด์ เจมส์ อินเตอร์เนชันแนล ได้ปรับลดน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นหลายตัวในกลุ่มสายการบิน โดยหุ้นอเมริกัน แอร์ไลน์ส ร่วงลง 4.5% หุ้นเจ็ทบลู แอร์เวย์ส ปรับลง 7.2% ขณะที่หุ้นเดลต้า แอร์ไลน์ส และหุ้นยูไนเต็ด คอนติเนนตัล โฮลดิงส์ ต่างก็ปรับตัวลงกว่า 4.3%,ส่วนการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา ทำให้บริษัทเห็นถึงแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจที่ชัดเจน โดยเฉพาะยอดขายในช่วงไตรมาส 2 ที่สามารถทำได้ถึง 10,000 ล้านบาท พุ่งสูงจากการสร้างยอดขายรายไตรมาสจากปีที่ผ่านมาซึ่งมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 3,800 ล้านบาท เนื่องจากโครงการต่างๆของบริษัทได้รับความสนใจและตอบรับจากลูกค้าเป็นจำนวนมากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ นายเศรษฐา กล่าวกลยุทธ์ที่แนะนำ : ช่วงบ่าย: คาดดัชนี SET index ช่วงบ่ายแกว่งในกรอบใกล้ระดับ 1500 จุดต่อ โดยคาดว่านักลงทุนให้ความสำคัญกับการประชุม กนง. ในวันพรุ่งนี้มากกว่า (SCB EIC คาดว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25%) ซึ่งถ้าหากผลออกมาในเชิงไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ย คาดว่าตลาดจะสามารถตอบรับกับข่าวดังกล่าวในเชิงบวกได้ ให้แนวรับที่ระดับ 1490 และ 1476 จุด ในขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1510 และ 1520 จุด หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ RS (รับ 13.0 ต้าน 13.5 Cut 12.9) และ WORK (รับ 38.0 ต้าน 40.0 Cut 37.0)Turnaround แบบ 2 ทิศทาง : จะเริ่มในปี 2558 จาก (1) ธุรกิจ Trading ถ่านหินจะเริ่มรับรู้รายได้ครั้งแรกในปีนี้ ซึ่งการกำหนดราคาแบบมาร์จิ้นตายตัว 3 เหรียญ/ ตัน และมี Option ปรับขึ้น ทำให้ความเสี่ยงของราคาจะหมดไป เหลือเพียงลุ้นการเปิดหน้าเหมืองตามแผน ซึ่งการดำเนินการนี้ จะทำให้คาด VTE จะมามีกำไรครั้งแรกในรอบ 2 ปี และ (2) การซื้อหุ้น 12% ใน Green Earth Power (GEP) จะเปิดประตูให้ VTE ร่วมเป็นเจ้าของโซล่าฟาร์มแห่งแรกในพม่าขนาด 220 MW ซึ่งนอกจากจะส่งกำไรเข้ามาตั้งแต่ปี 2560 ในรูปเงินปันผลแล้ว (คาดเริ่มรับรู้ 30 ล้านบาทในปี 2560 และไต่ขึ้นไป 90 ล้านบาทในปี 2563) การที่ผู้บริหาร GEP ตัดสินใจ SWAP หุ้นมาถือ VTE ในสัดส่วน 11% ทำให้อาจจะเห็นพัฒนาการอื่นกับ GEP ในเอเชียอีกด้วยขณะที่มีการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญจากขาดทุนสุทธิที่เกิดขึ้นในไตรมาส 1/58 โดยคาดการเติบโตของกำไรในรอบ 3 ปีน่าประทับใจที่ 191% (CAGR) ,ขณะที่การนำเข้า ดิ่งลง 18.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 8.0333 แสนล้านหยวน ส่งผลให้จีนมียอดเกินดุลการค้า 3.668 แสนล้านหยวน พุ่งขึ้น 65%ขณะที่ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1 หรือ ITD-W1 เปิดเทรดวันแรกที่ 1.80 บาท ขณะที่เมื่อเวลา 9.57 น.หุ้น ITD อยู่ที่ 8.15 บาท ลดลง 0.05 บาทหรือ 0.61% มูลค่าซื้อขาย 9.03 ล้านบาท โดยเปิดตลาดที่ 8.15 บาท ราคาขึ้นสูงสุด 8.15 บาท และราคาลงต่ำสุด 8.15 บาท JMT บวก 4.12% รับอานิสงส์ JMART ได้พันธมิตรใหม่ กูรูมองศักยภาพเติบโตทวีคูณด้านบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAND ระบุว่า ขณะนี้ได้รับแบบประกาศเจตนาในการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการจากบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) หรือ PF เรียบร้อยแล้ว,สิ่งที่เครื่องสล็อตทำให้เงิน,ด้านเทคนิค สัปดาห์นี้เรามองแนวรับสัปดาห์นี้ที่ 1,486 จุด และแนวต้านที่ 1,518 จุด สำหรับคำแนะนำการลงทุน หากมอง Flow การลงทุนของตลาดโลก ที่มีการเทขายพันธบัตร ออกมาเยอะและกองทุนทั้งหลายในโลกหันเข้ามาซื้อหุ้น แสดงให้เห็นว่า ทั่วโลกมองว่าเศรษฐกิจโลกเริ่มต้นที่จะฟื้นตัว และตลาดหุ้นน่าจะอยู่ในขาขึ้น แต่ยังถูกกดดันจากปัจจัยเรื่องกรีซและการที่สหรัฐฯจะขึ้นดอกเบี้ยปีนี้อยู่ ดังนั้นทยอยสะสมหุ้นที่กลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์หากกนง. ปรับลดดอกเบี้ยลงสัปดาห์หน้า แนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง เพื่อลุ้นผลการประชุมกนง. ในวันที่ 10 มิ.ย. ว่าอาจพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 อีก 0.25% เหลือ 1.25% ได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นคาดว่าหุ้นกลุ่มอสังหาฯ (AP LH LPN QH PS SC SPALI), สินเชื่อเช่าซื้อ (ASK TK THANI SAWAD MTLS KTC), โรงแรมและการท่องเที่ยว (AOT CENTEL ERW MINT) และหุ้นปันผลสูง (ADVANC BEC BTS INTUCH JASIF TRUEIF) จะกลับมาโดดเด่นได้ในสัปดาห์นี้ จึงแนะนำทยอยสะสมหุ้นดังกล่าวไว้ล่วงหน้า ราคาทองปิดวานนี้ปรับขึ้นหลังดอลล์อ่อนค่าหุ้นเอชเอสบีซีปรับตัวลง 0.7% หลังจากทางบริษัทประกาศว่าจะขายธุรกิจในตุรกีและบราซิล พร้อมทั้งลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงลงราว 2.90 แสนล้านดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายที่จะลดรายจ่าย และตั้งเป้าที่จะทำให้อัตราผลตอบแทนต่อหุ้นอยู่ในระดับสูงกว่า 10% ภายในปี 2560。

Thailand has made the early running, but Indonesia’s automotive industry is growing steadily.

Who Is Winning Southeast Asia’s Car Wars?

An assembly line at a car factory in Samutprakarn, Thailand.

Credit: Depositphotos

Ten years ago, Thailand could easily claim the title of being the undisputed automobile manufacturing hub in Southeast Asia. COVID-19 has changed everything in the short term, but even before the pandemic Indonesia was starting to pose a credible challenge to Thailand’s industry dominance. Once the dust settles, will Thailand retain its position atop the regional automobile manufacturing industry? To answer that question, we first need to consider how it got there to begin with.

The mass production of automobiles has been a major goal for emerging markets in Southeast Asia for decades. Building a car involves complex and integrated supply chains that provide hundreds of thousands of jobs, draw in billions of dollars of investment, and require the kinds of skill and technology transfers that contribute to long-term growth. Moreover, early industrializers like South Korea and Japan became global economic leaders, in part, by mastering the production and export of automobiles. It’s a model that many other countries seek to emulate.

But how does a country become a car manufacturing hub? Malaysia tried to do it with a national car company. The government erected trade barriers that made it prohibitively expensive to import foreign cars and then sought to develop a locally designed and manufactured automobile, the Proton. The Proton has a commanding share of the captive Malaysian market, but very little presence outside of it. Because the market is already saturated with Protons, there is a ceiling on how much growth can be drummed up domestically. By focusing on boosting domestic industry behind protectionist barriers, Malaysia did build its national car, but it’s not terribly competitive when it has to go toe-to-toe with global rivals.

Thailand went the other route, following the IMF and WTO playbook during the 1990s and opening up its supply chains to foreign investment and imports. In 1995, Thailand produced around 600,000 cars, almost all of which were sold to local Thai consumers. By 2015, Thailand was producing 1.9 million cars, with 800,000 domestic sales and 1.2 million exports. Because Thailand offered attractive investment incentives and allowed foreign automakers more freedom in how they organized their supply chains, Thai factories were able to specialize and improve their efficiency, making their car exports the most competitive in the region.

Indonesia followed a path that was somewhere between the two. In the 1970s and 1980s it erected stiff protectionist barriers and mandated local content requirements in an unsuccessful attempt to grow the domestic auto manufacturing industry. The government began experimenting with liberal market reforms in the 1990s, but then did an about-face when President Suharto’s son Tommy was placed in charge of Indonesia’s own newly created national car company, Timor Putra Nasional. With the onset of the Asian Financial Crisis in 1997, the company collapsed and Indonesia pivoted back to market reforms.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

But it wasn’t until around the mid-2000s, when post-crisis per capita GDP started to bounce back in earnest, that Indonesia’s auto industry finally began to get its legs. The car business is very sensitive to economies of scale: the more orders you have, the more efficient it is to do big production runs. This is why it is so hard to jump-start the industry behind protectionist barriers, because you need a minimum level of demand before the business can become economically viable. Thailand, by specializing and liberalizing, was able to ride global demand because its exports were cheap.

Indonesia’s auto sector, by comparison, really took off on the strength of its domestic demand, which exploded from 486,000 in 2009 to 1.2 million in 2014. Because factories in Indonesia were scaling up production so quickly to meet ballooning local demand, they were able to capitalize on more efficient economies of scale and Indonesian exports finally became competitive. Indonesia has been a net exporter of cars since 2013, exporting 332,000 in 2019. Unlike Thailand, production didn’t ramp up to meet export demand. Instead, exports were a knock-on effect of roaring domestic sales.

Total production in Indonesia reached a high of 1.3 million in 2018, lagging Thailand by several hundred thousand units, so for now Thai auto manufacturers retain the edge. But this regional competition to lead the industry does underline some interesting questions about whether export-led growth that hinges on external demand is a preferable development model to growth powered by internal demand. If Indonesia’s economy continues to grow the way people expect it to over the coming years – and as long as a sufficient share of the national income ends up in the hands of people who will spend it on consumer goods – we may have a clearer answer to that question soon.