New Leaders Forum

สล็อตนิสัยword: Security and the Life Sciences

บอล สด facebook, CPL คาดกำไรปีนี้ดีกว่าปีก่อน ราคาวัตถุดิบลด-ปริมาณขายหนังฟอกโต 5-10%ทั้งนี้บริษัทมีนโยบายการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและสมดุล โดยคำนึงถึงมิติด้านสิ่งแวดล้อม มิติด้านความมั่นคงทางพลังงานและการพัฒนาสังคม และมิติทางธุรกิจ ทั้งนี้ โครงการจำนวนมากที่ลงทุนไปในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาและอยู่ระหว่างการพัฒนารวมถึงโครงการที่บริษัทกำลังพิจารณาลงทุนเพิ่มเติมทั้งในไทยและในต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น และจีน มุ่งเน้นที่พลังงานทดแทน ซึ่งสอดคล้องกับแนวปฏิบัติตามข้อตกลงจากการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 21 (COP21) และยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและการกระจายเชื้อเพลิงของประเทศต่างๆสำหรับยอดส่งออกจากญี่ปุ่นไปยังประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดหลักสำหรับสินค้าญี่ปุ่นนั้น หดตัวลง 17.5% สู่ระดับ 8.6003 แสนล้านเยน โดยหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 ขณะที่ยอดการนำเข้าจากจีน ปรับตัวลง 6% สู่ระดับ 1.67 ล้านล้านเยน ซึ่งปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 4 ,แนวต้าน : 1308 และ 1310พร้อมกันนี้ ยังได้แต่งตั้งให้ธนาคารไทยพาณิชย์เป็นที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อศึกษาการจัดทำกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) อีกด้วยAAV ซื้อ ราคาหุ้นเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวด้วยรูปแบบ Double Bottom ในกรอบการพักฐานคู่ขนาน พร้อมปริมาณการซื้อขายเริ่มกลับมาสูงขึ้น สอดคล้องกับเครื่องมือ MACD ที่เริ่มวกชี้ขึ้น เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่ 5.50 บาท และถัดไปที่ 5.75 บาทขณะที่ในปีนี้ เอไอเอสคาดว่าอัตรา EBITDA margin จะลดลงอยู่ ที่ ประมาณร้อยละ 37-38 ต่ำกว่าปี 2558 ที่อยู่ระดับร้อยละ 45.6 เนื่องจากการคาดการณ์รายได้ที่คงที่ ประกอบกับมีค่าใช้จ่ายในการโอนย้ายลูกค้าจากโครงข่าย 2G มาเป็น 3G รวมทั้งค่าใช้จ่ายจากการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับทีโอที แม้ต้นทุนค่าธรรมเนียมและส่วนแบ่งรายได้ จะลดลงเหลือใกล้เคียงร้อยละ 5.25 ก็ตาม เซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดบวก 30.77 จุด รับข้อมูลการลงทุนสดใส,โดยราคาหุ้นปรับตัวขึ้นหลัง ตลท.ปลดเครื่องหมาย H,FIRE คำแนะนำ ซื้อเก็งกำไรคำค้น4GTRUE บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320ทั้งนี้ สาเหตุของการขอเลื่อนแผนการทำงานของผู้ผลิตแหล่งก๊าซฯ ยาดานา เนื่องจากงานเชื่อมท่อสำหรับหลุมผลิตใหม่ บาดัมยาร์ ยังไม่แล้วเสร็จ ส่งผลให้กำหนดการทำงานล่าช้าจากแผนเดิม โดยเลื่อนออกไปเป็นระหว่างวันที่ 25-28 กุมภาพันธ์ 2559 โดยยังคงระยะเวลาดำเนินการทั้งหมด 4 วันเช่นเดิม ซึ่ง ปตท. ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ กฟผ. เพื่อปรับแผนการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งน้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลสำหรับโรงไฟฟ้าเนื่องจากหากเป็นจริงจะทำให้สถานะของบริษัทแข็งแกร่งขึ้นและเป็นหุ้นน่ามองในอนาคต ญี่ปุ่นนั้นแห่กันเข้ามาในไทย ซื้อ และร่วมทุนกิจการไม่น้อย มองอนาคตการเติบโตใน AEC มีความสำคัญ ดังนั้นจึงถือว่าการชิงความได้เปรียบทางธุรกิจต้องเร่งมือ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง PE จะเป็นหุ้นที่ turnaround ในที่สุด ราคาแถวนี้จึงเหมาะที่จะเข้ามาเก็งกำไร เก็งข่าวกันก่อน ส่วนความจริงจะตามมาเมื่อไรก็ค่อยว่ากัน หุ้นมักเล่นนำด้วยกระแสเสมอนอกจากนี้ S P ระบุว่า บราซิลยังขาดแนวทางริเริ่มทางการเมืองเพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์ โดย S P เตือนว่าอาจจะเป็นสาเหตุให้บราซิลไม่สามารถรักษาเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพได้กลยุทธ์ที่แนะนำ : ช่วงบ่าย: คาดช่วงบ่ายแกว่งในกรอบแคบต่อจากช่วงเช้า หากสามารถฟื้นตัวขึ้นเหนือแนวต้านสำคัญที่ 1300 จุดได้อีกครั้ง จะเป็นสัญญาณและ sentiment เชิงบวกต่อแนวโน้มการลงทุนได้ในวันพรุ่งนี้และวันต่อๆไปได้ ด้านการปรับตัวลงมีแนวรับที่ระดับ 1275 และ 1267 จุด แนะนักลงทุนเก็งกำไรจากการแกว่งตัวของดัชนีและการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมัน หุ้นแนะนำทางเทคนิคบ่ายนี้ได้แก่ BH (รับ 208 ต้าน 215 cut 205) และ DELTA (รับ 77.50 ต้าน 80.50 cut 74.50) BANPU พุ่งเกือบ 8% กูรูแนะ Trading Buy เชื่อราคาถ่านหินฟื้นตัวช่วงครึ่งหลังปี 60 ,กระทรวงพาณิชย์ของจีน เปิดเผยว่า เม็ดเงินลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ (ODI) ของจีนในเดือนม.ค.ปรับตัวเพิ่มขึ้น 18.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี แตะที่ระดับ 1.202 หมื่นล้านดอลลาร์สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า ค่าเงินยูโร (18 ก.พ.) อ่อนค่าเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐที่ระดับ 1.1092 ดอลลาร์สหรัฐ จาก 1.1132 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เงินปอนด์เพิ่มขึ้นที่ 1.4321 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1.4280 ดอลลาร์สหรัฐTU/18.40 ราคาวกตัวขึ้น และดูเหมือนว่าจะผ่านการปรับฐานระยะสั้นไปแล้ว เตรียมลุ้นขึ้นต่อได้ เก็งกำไร แนวรับ 18.10 แนวต้าน 19.00 Cut loss 17.90 บ.ECF ราคาปิด 3.64 แนวรับ 3.60 แนวต้าน 3.90。

ที่ตั้งเป้ายอดขายและกำไรทำนิวไฮ เพราะเรามีตลาดที่จะโต มีโปรดักส์ มีเมนูแฟคฯ มีโรงงานเพิ่ม ส่วนการซื้อกิจการหรือ M A ยังมองหา แต่ตอนนี้เราแข็งแรงเพราะมีโรงงานอินเดียที่จะเพิ่มเข้ามา ตอนนี้สถานการณ์ M A จึงไม่ใช่ปัจจัยหลัก ไม่ได้จ้องมองเพราะรอโรงงานใหม่ที่อินเดียเสร็จและสร้างซัพพลายเออร์ที่แข็งแรงก่อน ตลาดเทเลคอมในอินเดียโต เพราะยอดขาย 200 กว่าล้านเหรียญฯ ในอินเดียปีก่อนส่วนใหญ่เป็นตลาดเทเลคอม นายอนุสรณ์ กล่าวแนวต้าน : 6.00** และ 6.10,ทั้งนี้รายได้จากการขายและการให้บริการในงบการเงินรวมของบริษัท ประกอบด้วย รายได้จากการขายและการให้บริการของกลุ่มบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM และไอทีเอเอส โดยรายได้จากการขายและการให้บริการในปี 2558 เติบโตร้อยละ 5 จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการดาวเทียม ขณะที่ในปีนี้รายได้จากการขายและให้บริการของไทยคมยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้นจากความต้องการใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมที่ยังมีอยู่ ทั้งในประเทศไทยและประเทศอื่นๆในภูมิภาค โดยไทยคมคาดว่าจะนำดาวเทียมไทยคม 8 ขึ้นสู่วงโคจรในช่วงครึ่งแรกปี 2559 ซึ่งจะผลักดันให้รายได้ไทยคมเติบโตขึ้นอีกทางหนึ่ง และผลักดันให้รายได้จากการขายและการให้บริการของอินทัชเติบโตได้ร้อยละ 3-5 ในปี 2559แนวรับ : 28.5 +/-,คำค้นBRENTOPECWTIตลาดน้ำมัน บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320 ARROW ตั้งเป้ารายได้ปีนี้โตเป็นไม่ต่ำกว่า 1.4 พันลบ.เน้นขยายงานท่อร้อยสายไฟนอกจากนี้ ได้ประกาศจ่ายปันผลเป็นเงินสดจำนวน 0.50 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่ได้รับสิทธิปันผลในวันที่ 25 เม.ย. 2559 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 13 พ.ค. 2559TSR Tradingแนวรับ 6.15 บาท แนวต้าน 6.60 บาท จุดลดความเสี่ยงหากหลุด 6.10 บาท,กลยุทธ์ที่แนะนำ : ช่วงบ่าย: คาดช่วงบ่ายแกว่งในกรอบแคบต่อจากช่วงเช้า หากสามารถฟื้นตัวขึ้นเหนือแนวต้านสำคัญที่ 1300 จุดได้อีกครั้ง จะเป็นสัญญาณและ sentiment เชิงบวกต่อแนวโน้มการลงทุนได้ในวันพรุ่งนี้และวันต่อๆไปได้ ด้านการปรับตัวลงมีแนวรับที่ระดับ 1275 และ 1267 จุด แนะนักลงทุนเก็งกำไรจากการแกว่งตัวของดัชนีและการปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมัน หุ้นแนะนำทางเทคนิคบ่ายนี้ได้แก่ BH (รับ 208 ต้าน 215 cut 205) และ DELTA (รับ 77.50 ต้าน 80.50 cut 74.50)ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลาดหุ้นไทยดัชนี SET ณ เวลา 11.38 น. อยู่ที่ระดับ 1,300.65 จุด บวก 6.06 จุด หรือ 0.47% สูงสุดที่ 1,300.70 จุด ต่ำสุดที่ 1,293.48 จุด มูลค่าซื้อขายที่ 1.27 หมื่นล้านบาท โดยมีแรงซื้อขายในหุ้นใหญ่อย่าง PTT, PTTEP, SCC และ ADVANC นำตลาดบอล สด facebook?สัญญาณกราฟ CHOW ที่ปรับตัวลงนี้ ออกอาการชัดเจนที่แนว support 3.66 บาทไม่หลุดไปกว่านี้และมีโวลุ่มแอบสะสมอย่างต่อเนื่องอย่างหนาแน่น จุดนี้เองที่จะเป็นแนวเก็บของใครเข้ารับจะได้ต้นทุนที่ต่ำ ขณะที่ Stoch เริ่มโค้งตัวตั้งลำแล้ว หมายถึงว่าราคาหุ้นกำลังจะดีดตัวขึ้นในไม่ช้า เป้าหมายแรก 4.20 บาท ลักษณะแบบนี้ ต้องสะสมหุ้นไว้ ก่อนที่จะขึ้นแรงสำหรับกองทุน SPDR เพิ่มปริมาณการถือครองทองคำ 2.68 ตัน หลังจากไม่มีการเปลี่ยนแปลงปริมาณการถือครองทองคำติดต่อกัน 2 วัน และในคืนนี้สหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนม.ค. ตลาดคาดการณ์ว่าจะลดลง 0.1% จากลดลง 0.1% ในเดือนธ.ค. สะท้อนให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐอยู่ในระดับต่ำจากราคาน้ำมันที่ปรับลงแรง สำหรับอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐเป็นตัวแปรหนึ่งที่เฟดใช้ในการพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งถ้าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐอยู่ในระดับที่ต่ำ จะทำให้โอกาสในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดลดน้อยลง พร้อมกันนี้บริษัทประกาศปันผลงวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค. 2558 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2558เป็นเงินสดอัตรา 1 บาทต่อหุ้น กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) 4 มี.ค.จ่ายปันผล 4 พ.ค.2559ส่วนผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/58 บริษัทฯมีกำไรสุทธิ 240.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93.33 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 63.58% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 146.76 ล้านบาท ขณะที่ผลการดำเนินงานในปี 2558 บริษัทมีกำไรสุทธิ 825 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 280.88 ล้านบาท หรือ 51.62% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 544.12 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดใหม่ตั้งแต่จัดตั้งบริษัทโดยดัชนี MSCI Asia Pacific ทะยาน 1.6% แตะ 119.56 จุด เมื่อเวลาประมาณ 9.10 น.ตามเวลาโตเกียวปัจจุบัน สัดส่วนยอดขายจากตลาดส่งออกของ DRT ได้แก่ กัมพูชา 50% ลาว 20% เมียนมาร์ 10% และประเทศอื่นๆในอาเซียนและเอเชียอีก 20%。

The recent announcement that scientists created a version of H5N1 influenza virus has implications for Asia.

An important research finding in the life sciences has galvanized and divided the international scientific and security communities. The creation of a version of H5N1 influenza virus (bird flu) that can be transmitted by respiratory droplets or aerosol between mammals raises hopes that a vaccine can be made – and fears that humans will speed up the process by which this new virus will be unleashed. Research has been suspended while scientists debate the proper course to take. But any solution must be part of a larger regional effort to address biosafety and biosecurity concerns.

The H5N1 virus first appeared in Asia nearly a decade and a half ago, and has since spread around the world.  In that time, the disease has been reported in 576 human cases and there have been 339 deaths. The human fatality rate for H5N1 ranges from 30 percent to 80 percent; experts consider this “one of the most virulent known human infectious diseases.” At present, the disease is only spread by contact with live birds. Scientists fear that the virus could mutate and become susceptible to human-to-human transmission, which could trigger a pandemic on the scale of the 1918-19 outbreak of Spanish flu (H1N1) that killed as many as 40 million people. Late last year, two research teams created an H5N1 virus in the laboratory that could spread in such a manner. 

This isn’t the first such “breakthrough.” In 2001 scientists created recombinant mousepox (knowledge that could be applied to smallpox); a year later, the polio virus was chemically synthesized (which means the virus was created from scratch without a natural template by using a DNA sequence available online); and in 2005, scientists reconstructed the 1918 Spanish flu virus.

The possibility of the misuse of such research for bioterrorism and crimes, as well as accidental exposure of those agents to humans, animals and plants, was highlighted by the U.S. National Research Council, including the Fink Committee report in 2004 and the Lemon-Relman Committee report in 2006.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This time, however, the U.S. National Advisory Board for Biosecurity (NSABB) recommended that the papers (introducing the research findings to the public) not be fully published; instead, the basic results should be provided without methods or detailed results.  The government passed those recommendations on to the scientists and the journals to which they had submitted their research.

Those scientists, and some colleagues, responded with a letter published last month in the two journals, arguing that the research is crucial to public health efforts, but agreed that the controversy justified a 60-day suspension of research so that the entire scientific community could debate the issue.  An international conference on the topic is scheduled to be held this week at the World Health Organization (WHO).

This case has powerful implications for the Asia-Pacific region, which is home to rapidly developing life science industries that are working to solve problems in public health, medicine, energy development, agriculture, and national security. In 2010, a global market research firm, Frost & Sullivan, reported that Asia-Pacific healthcare revenue represented 23.2 percent of the global market ($247 billion) in 2009, and could reach a 40 percent share by 2015. Ensuring freedom in scientific research and attracting cutting-edge scientists are essential components of the region’s efforts to develop life science research.

Our concerns are broader than the oversight or censorship of scientific research. Enhancing safety and security within and beyond laboratories is critical to preventing the accidental release of pathogens/toxins or their intentional use for illicit purposes. The world doesn’t care if a pandemic is natural or manmade. In addition to the human cost, the economic consequences could be huge: the World Bank estimated that an influenza outbreak in East Asia on the scale of the 2002-3 SARS outbreak could cost $800 billion a year. 

There are two priorities for regional security efforts. The first is immediate capacity-building and coordination in the overarching sectors of public health, disaster relief, and biodefense to enhance preparedness and response in the case of a disease outbreak (whether it’s manmade or natural). It’s important to note the unique nature of biodefense, where “medicine” plays the most significant role, and opens the door to unique forms of collaboration among public health and disaster relief efforts.

The second priority is long-term education and awareness raising policies to promote responsible conduct in life science research. This will provide the basis for wider engagement of life scientists in the effort to strengthen biosafety and biosecurity architecture beyond laboratories (including oversight, intelligence, national legislation of relevant international agreements, and export controls).

A key element of this agenda is sharing best practices among regional states in the development of biodefense capacity and collaboration with public health sectors. This work could be initiated at the bilateral level via existing regional security partnerships. For example, the U.S.-Japan Security Consultative Committee of defense and foreign ministers (the “2+2 process”) has a “Defense Working Group against CBRN Weapons” (CDWG) that could provide a model for other countries or even be expanded to larger groups.

Elevating bilateral/trilateral efforts to the regional level will be challenging. An “easy” opportunity exists, however.

When the ASEAN Defense Ministers’ Meeting (ADMM-Plus) was inaugurated in October 2010, the group targeted nontraditional security issues as the most viable area for functional cooperation. Among its priorities was capacity building relating to natural disaster management:  a Working Group on Military Medicine was set up and the group is to be co-chaired by Singapore and Japan until 2013 in cooperation with ASEAN Regional Forum.

The ARF has been working on biological threat reduction in cooperation with the WHO, which extends opportunities for further coordination between regional defense frameworks and public health frameworks. From the public health sector, the Regional Committee for the Western Pacific of the WHO agreed on resolution WPR/RC56.R4 — Asia Pacific Strategy for Emerging Diseases — in an effort to enhance regional capacity against infectious diseases. A possible plan was outlined that establishes the organization’s linkage with “those who handle deliberate release of biological, chemical and radiological/nuclear agents, if appropriate.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

For the second agenda item, there are growing efforts to raise awareness of biosecurity and biosafety issues among life scientists. The United States has the NSABB. The Science Council of Japan established a committee last year on dual-use issues in the life sciences to raise awareness of these issues. Biosafety and biosecurity associations in the Philippines, Indonesia and Singapore are key players in the Asia-Pacific Biosafety Association (A-PBA). The A-PBA is a member association of the International Federation of Biosafety Associations that works closely with the U.S. Cooperative Threat Reduction.

There are many opportunities for national security and public health agencies of regional governments to play individual roles and build international partnerships on these issues. For regional security stakeholders, the debate over and action plans to deal with H5N1 research should go beyond oversight of scientific research and be considered part of the embryonic efforts to enhance regional biosecurity. 

 

Masamichi Minehata is a research fellow at the University of Bradford in the U.K. and nonresident SPF Fellow at the Pacific Forum CSIS. Since 2008 he has worked for the UK Prime Minister’s Initiative to promote international biosecurity education, in cooperation with the National Defense Medical College of Japan. Brad Glosserman is executive director of Pacific Forum CSIS, where this article originally appeared.