The Debate

ลิ้ ง ดู บอล สด livescore: The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay

ตรวจ หวย 1 กุมภาพันธ์ 2562,ล่าสุด ดัชนี ณ เวลา 10.00 น.อยู่ที่ 1,233.17 จุด ปรับตัวลง 11.01 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.88% มูลค่าการซื้อขาย 1.37 พันล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามตลาดหุ้นภูมิภาคที่เช้านี้ทั้งตลาดหุ้นเอเชียที่มีการปรับตัวลงถ้วนหน้าคาดดัชนีมีแนวโน้มทรงตัวในแดนบวก แต่ให้ระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้นในช่วงท้ายตลาด ด้วยโมเมนตัมบวกที่เริ่มกลับมาสู่ตลาดทุนหลังจาก Panic ในประเด็นตลาดจีนในช่วงต้นสัปดาห์ ทำให้มีแรงรีบาวด์เล็กๆ หลังจากตลาดหุ้นจีนเริ่มทรงตัว และราคาน้ำมันดิบ WTI มีรีบาวด์ให้เห็นในช่วงเช้าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบเยนสู่ระดับ 117.67 เยน จาก 117.54 เยน และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบฟรังก์สวิสที่ 0.9955 ฟรังก์ จาก 0.9933 ฟรังก์ โดยดอลลาร์ได้รับปัจจัยหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สดใส โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐรายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 292,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. จากระดับ 252,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 5.0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปีครึ่งราคาปิด 8.80 แนวรับ 8.50-8.40 , 8.20 แนวต้าน 9.10-9.20 , 9.50-9.60,ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางจีนได้ปรับค่ากลางเงินหยวนแข็งค่าขึ้นในวันนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 9 วัน หลังจากมีการปรับลดค่ากลางเงินหยวนลง 8 วันติดต่อกัน เงินบาทเปิด 36.25 กลับมาแข็งค่าตามภูมิภาค หลังจีนปรับค่ากลางเงินหยวนวันที่ จำนวนหุ้นที่จำหน่าย ชื่อผู้ถือหุ้น ร้อยละนอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐยังได้ทบทวนตัวเลขการจ้างงานในเดือนต.ค. โดยปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 307,000 ตำแหน่ง จากที่มีการรายงานก่อนหน้านี้ที่ 298,000 ตำแหน่ง และทบทวนตัวเลขการจ้างงานในเดือนพ.ย. โดยปรับเพิ่มขึ้นสู่ 252,000 ตำแหน่ง จากที่มีการรายงานก่อนหน้านี้ที่ 211,000 ตำแหน่งโดยที่ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ระหว่างรอคำชี้แจงจากบริษัทดังนั้นตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงหยุดพักการซื้อขายหลักทรัพย์ KAMART ตั้งแต่การซื้อขายรอบเช้าของวันที่ 11 มกราคม 2559 เป็นต้นไปจนกว่าจะได้รับคาชี้แจงจากบริษัทเดิมที เนื้อหาของร่างประกาศฉบับนี้ที่สำนักงาน กสทช. นำเสนอให้ที่ประชุม กทค. พิจารณาในการประชุมครั้งที่ 17/2558 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2558 ได้มีการยกเลิกการกำหนดให้กิจการวิทยุสมัครเล่นเป็นกิจการรองของการใช้งานย่านความถี่ 50 54 MHz ซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอแนะและข้อคิดเห็นจากการจัดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ โดยมีผู้เห็นด้วยกับการยกเลิกราว 30,000 ราย ส่วนผู้ที่ไม่เห็นด้วยมีจำนวน 635 ราย แต่ปรากฏว่าในการประชุมครั้งดังกล่าว กทค. ได้มีการลงมติด้วยเสียงข้างมากให้กำหนดกิจการวิทยุสมัครเล่นไว้เป็นกิจการรองต่อไปจนกว่าผลการศึกษาการใช้งานคลื่นความถี่ร่วมกันระหว่างกิจการและการแก้ไขเชิงอรรถระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องจะแล้วเสร็จ,ถ่ายทอด สด ฟุตบอล แดง เดือด、ข่าว กีฬา กอล์ฟ วัน นี้、นอกเหนือจากระดับ GIM ปกติที่ในปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเป็นผลจากภาพรวมของธุรกิจปิโตรเคมีและโรงกลั่น ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังเติบโตมากกว่าปีที่แล้วราว 0.5% ขณะที่เศรษฐกิจของจีนและอินเดียเติบโตในระดับเกิน 6% อีกทั้งราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับต่ำทำให้เกิดความต้องการใช้มากขึ้นด้วย โดยประเมินราคาน้ำมันดิบดูไบปีนี้จะอยู่ที่ราว 40-50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่ผลิตภัณฑ์เบนซินมีแนวโน้มจะขาดแคลน ท่ามกลางความต้องการใช้ที่ขยายตัวอย่างมาก ก็จะผลักดันให้มาร์จิ้นของธุรกิจการกลั่นอยู่ในระดับสูง และมาร์จื้นของธุรกิจปิโตรเคมีก็จะยังอยู่ในระดับสูงเช่นกัน จากวัตถุดิบหลักคือแนฟทา ที่มาจากผลิตภัณฑ์น้ำมันนั้นยังอยู่ในระดับต่ำเช่นเดียวกัน。 นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) ครั้งที่ 1 ประจำปี 2559วันจันทร์ที่ 11 มกราคม 2259 มีวาระการประชุมน่าจับตา ได้แก่ การกำหนดมาตรการทางปกครองกับ บ.ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด บริษัทในเครือ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE กรณีไม่ปฏิบัติตาม ประกาศ กสทช.SET : ทยอยขายช่วงรีบาวด์แนวรับ 6.65-6.80 บาทสรุปหุ้น10อันดับแรกที่กดดัชนีวันนี้ (11ม.ค.)สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่าดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับลง 0.3% ปิด (11 ม.ค.) ที่ 340.23 จุด,ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,312.74 จุด ลดลง 21.02 จุด หรือ -0.49%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 9,825.07 จุด ลดลง 24.27 จุด หรือ -0.25% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,871.83 จุด ลดลง 40.61 จุด หรือ -0.69%,และ 3) ความตึงเครียดระหว่างซาอุดิอาระเบียกับอิหร่าน ซึ่งประเด็นทั้งหมดข้างต้นนี้กดดันทำให้นักลงทุนหันกลับมาซื้อทองคำในฐานะ Safe-Heaven อีกครั้งหนึ่ง และค่าเงินดอลลาร์ออกมาแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับค่าเงินในภูมิภาคเอเชียเกือบทั้งหมด ขณะที่กองทุนทองคำ SPDR วานนี้ทำการซื้อเข้า 4.16 ตันเป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยถือครองทองคำเพิ่มขึ้นที่ระดับ 645.13 ตันในปัจจุบัน ,แนวรับ 47.00-48.50 บาท2. กลุ่มหุ้นที่ได้รับผลดีจากการปรับลดลงของราคาน้ำมัน: AAV (แนวต้าน 5.85/6.15) และ EPG รวมไปถึงหุ้นกลุ่มโรงกลั่น อย่าง TOP และ IRPC MAJOR(BUY:[email protected]): ปี 59 คาดกำไรปกติโต 22%YoY จาก Blockbuster ที่โดดเด่น โดยเฉพาะหนังแนว superhero หลายเรื่องที่จะเข้าฉายปีนี้ รวมถึงการขยายสาขาเชิงรุก โดยปี 58 ขยายไปแล้ว 80 โรง รวมเป็น 600 โรง และตั้งเป้าขยายเพิ่มเป็น 1,000 โรงใน 5 ปีนี้ + ปัจจุบันราคามี Upside 10.6% และคาดให้ Div. yield 3.8% จึงแนะนำ ซื้อ 。

ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 3,552.53 ล้านบาท ปิดที่ 144.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาทโดยมีที่มาของเงินทุน จ่ายค่าตอบแทนเป็นใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจตลอดชีพในรูปแบบ MarketFormat ในประเทศญี่ปุ่น (Proceed from perpetual license of Japan marketformat),MACD ปรับตัวลดลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยในแดนลบ เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มลงเคลื่อนไหวเหนือแนวโน้มขึ้น RSI ปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 40บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ (11 ม.ค.) ว่ามุมมองราคาทองคำปี 2016 คาดว่าราคาทองจะชะลอการปรับลงและมีลุ้นให้ผลตอบแทนเป็นบวกในกรอบ $950-1,280/Oz จาก 5 แรงหนุนคือ 1) ในความสัมพันธ์ระยะยาวราคาทองและดอกเบี้ยสหรัฐเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน 2) โครงสร้างตลาดมีโอกาสเป็นอุปสงค์ส่วนเกินมากขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอินเดีย การอัดฉีดเงินและการเพิ่มทองคำในทุนสำรองของธนาคารกลางจีน, DW28 เผย Call DW บนหุ้นกลุ่มสื่อสารและพลังงานปิดพุ่ง,แนวต้าน : 760 และ 764、บอล ออนไลน์ hd、SPCG ซื้อ ราคาหุ้นแกว่งฟื้นตัวยกฐานสูงขึ้น กลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 1 เดือน พร้อมปริมาณการซื้อขายเพิ่มสูงขึ้น สอดคล้องกับเครื่องมือ DI+ ตัด ADX ขึ้นสนับสนุน มีแนวต้านแรกที่ 21.20 บาท ผ่านได้จะมีเป้าหมายถัดไปที่ 21.70 บาท,แหล่งข่าวรายหนึ่งเปิดเผยกับ ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์ ว่า ในเร็วๆนี้บริษัท คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ ซิสเต็มส์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CSS จะได้งานโครงการใหม่จาก บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE โดยเป็นงานติดตั้งเสาคมนาคมมูลค่าประมาณ 5 พันล้านบาทอย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังให้ความสนใจ DW ที่อ้างอิงบนหุ้นกลุ่มพลังงานและสื่อสารอย่างต่อเนื่อง อาทิ PTT28C1605A IRPC28C1605A ADVA28C1605B DTAC28C1605A INTU281605B JAS28C1605A TRUE28C1605A และ SAMA28C1605A เป็นต้นโดย Bloomberg consensus ให้ราคาเป้าหมาย AAV ไว้ที่ 6.00 บาท (Buy/Hold/Sell : 17/1/3), BA 25.00 บาท (Buy/Hold/Sell : 10/0/0), EPG 14.50 บาท (Buy/Hold/Sell : 4/0/0) และ TASCO 44.00 บาท (Buy/Hold/Sell : 5/1/0)อีกทั้งในช่วง 3 ปีข้างหน้า บริษัทฯจะยังไม่มีการแตกไลน์ธุรกิจใหม่ โดยจะมุ่งเน้นในธุรกิจเดิมก่อน และขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเปิดสาขาทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย โดยในปี 2559 บริษัทฯตั้งงบลงทุนประมาณ 150 ล้านบาท เพื่อขยายสาขา 450 สาขา ซึ่งแต่ละสาขาที่เปิดใช้งบประมาณเฉลี่ย 350,000 บาท/สาขา และใช้เวลาเพียง 1 ปี เท่านั้น ก็สามารถถึงจุดคุ้มทุน โดยสาขาส่วนใหญ่ที่เปิดเน้นการเช่าเป็นสำคัญ เพื่อไม่ให้เป็นภาระต้นทุนในอนาคต MTLS ลั่นเป้า 3 ปีสินเชื่อโตไม่ต่ำกว่า 50% ต่อปี แนวโน้มรายได้-กำไรทุบสถิติ, วาระนี้น่าจับตาอย่างยิ่ง เพราะเป็นโจทย์ยากว่า กทค. จะพิจารณาและดำเนินการอย่างไรต่อไปบนฐานอำนาจทางกฎหมายที่มีอยู่ โดยไม่กระทบสิทธิของผู้ที่จะได้รับใบอนุญาตรายใหม่ ขณะเดียวกันก็ให้เกิดผลกระทบต่อผู้ใช้บริการน้อยที่สุด สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่าดัชนี Stoxx Europe 600 ร่วงลง 1.5% ปิด (8 ม.ค.) ที่ 341.35 จุด,ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันลดลง 130.51 จุด หรือ 1.31% ปิดที่ 9,849.34 จุด, ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสลดลง 69.82 จุด หรือ 1.59% ปิดที่ 4,333.76 จุด และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนลดลง 41.64 จุด หรือ 0.70% ปิดที่ 5,912.44 จุดสำรองที่นั่งด่วน จำนวนจำกัด ราคา 1,400 บาทนักบริหารเงินเปิดเผยถึงค่าเงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ (8 ม.ค.) อยู่ที่ระดับ 36.31 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าจากเปิดตลาดเช้าที่ระดับ 36.25 บาท/ดอลลาร์ เคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับภูมิภาค โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 36.16-36.32 บาท/ดอลลาร์。

Three recent papers attempt to look at the next stage of the world’s most important relationship.

The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay
Credit: The White House

The Asia security field is a crowded one these days, and that is a good thing. The region is confronting a number of destabilizing threats: disputes over islands in the South and East China Seas, weak governance in several Southeast Asian nations, and continuing?uncertainty over North Korea’s intentions and capabilities, among others. All are long-term, ongoing challenges, and the more ideas that get out there about how to manage these issues, the better.

No issue gets as much attention, however, as the U.S.-China relationship and what it means for regional security. For most, it boils down to whether the era of U.S. primacy is over. If it is, what should the next stage look like and how does China fit in? If not, how does the United States preserve its role as the fundamental security guarantor in the region and how does China fit in?

Three recent, thoughtful reports/papers attempt to address this question: the first, “Revising U.S. Grand Strategy Toward China”?by my CFR colleague Robert Blackwill and Carnegie Endowment scholar Ashley Tellis; the second, “The Future of U.S.-China Relations Under Xi Jinping: Toward a New Framework of Constructive Realism for a Common Purpose”?(pdf)?by former Australian Prime Minister Kevin Rudd; and the third, “Beyond American Predominance in the Western Pacific: The Need for a Stable U.S.-China Balance of Power”?by Carnegie Endowment scholar Michael Swaine. Each adopts a different approach and arrives at different conclusions, although the Rudd and Swaine analyses are largely compatible. Blackwill and Tellis explicitly seek to develop a roadmap for continued U.S. primacy in the Asia Pacific. Rudd and Swaine, in contrast, argue that such an effort is unrealistic, even harmful, given the realities of U.S. commitments and domestic politics, as well as China’s intentions and growing capabilities. Both Rudd and Swaine seek to have the United States and China sacrifice near-term interests for a longer-term greater good. However, Rudd places a much greater burden of compromise on the United States, while Swaine is more even-handed in his call for accommodation by both sides.

I was most eager to read the Rudd report. I have heard the former prime minister speak on a number of occasions and have always been impressed by his insights. In his report, Rudd assumes the role of peacemaker—trying to bridge the gap between the “private or semi-private narratives each side [the United States and China] may have about the other.” Although ostensibly designed to speak equally to Chinese and U.S. policymakers, the report is, for the most part, designed for a U.S. audience—explaining China and the Chinese perspective to Americans and offering recommendations for Washington.

Rudd’s argument is premised on his belief that Chinese President Xi Jinping is someone with whom the United States can work, that he is prepared to take calculated risks, and that there is now a window in China for Washington and Beijing to strike a grand bargain. According to Rudd, it is up to the United States to use this space as creatively as possible, while it lasts. While this is an appealing narrative, the report does not make?clear why Rudd believes this. Rudd also leaves the reader hanging when he asserts that China will become a more active participant in the reform of the global rules-based order and that it will bring a “new, forthright Chinese voice in the world.” It would have been helpful had the prime minister explained whether this voice will mean more Air Defense Identification Zones or more Asian Infrastructure Investment Banks or both. The implications for the region are vastly different.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

There are also some off-putting notes. Rudd begins by announcing that the Chinese economy will continue to thrive, noting: “Sorry, but on balance, the Chinese economic model is probably sustainable.” It is an awkward pronouncement that assumes that Americans want the Chinese economy to fail—something very few Americans, in fact, desire. (What Americans do want is a thriving Chinese economy that offers a fair and open trade and investment environment.)

While bold and fun to read, Rudd’s analysis of Xi’s presidency and the potential for significant new cooperation with the United States—should only the United States?seize the moment—ultimately falls short because it is difficult to find the evidence to support it. Xi may well have the political capital to strike a grand bargain, but Rudd’s faith in him notwithstanding, it remains unclear that he wants one.

The lack of demonstrable Chinese interest in a more accommodating regional security posture makes me initially sympathetic to the dominant theme of the Blackwill and Tellis report. As Blackwill and Tellis note, the current Chinese leadership has offered little indication—either in words or action—that it does not have as its endgame supplanting the United States as the regional hegemon. However, the report adopts such an uncompromising stance on any potential for the United States and China to find common ground that it loses me along the way. There is a built-in assumption that China necessarily wants to supplant the United States—not simply this regime at this moment in time. Such a deterministic understanding of Chinese politics and interests ignores ongoing debates within the country and the potential for new understandings to emerge

The recommendations (as in the Rudd report) run several pages, and for the most part, they represent a coherent strategy for the United States. Blackwill and Tellis have flipped the current hedging strategy from its emphasis on engagement with limited containment to containment with limited engagement. Much paper is devoted to strengthening military and economic ties with our allies. Still, it is difficult to understand, at times, how the containment and engagement will all work together—for example, “agreeing on enhanced security confidence-building measures between the two sides” while the United States establishes a new technology-control regime and levies an across-the-board tariff on Chinese economic goods in response to Beijing’s cyberattacks. Whatever its weaknesses, however, the report raises appropriate alarm bells concerning the challenge that many current Chinese economic and security behaviors pose for U.S. interests and the necessity of addressing them directly.

Ultimately, I thought the quietest piece—the one released with the least fanfare—was the most thought-provoking and compelling. Swaine offers a reasonably even-handed assessment of both the U.S. and PRC perspectives and tackles head on the problem that Beijing and Washington have concerning “clashing assumptions and beliefs about the requirements for continued order and prosperity in Asia.” He also identifies several very specific areas for potential cooperation, including the Korean Peninsula, Taiwan, and the management of maritime territorial disputes, and then proceeds to lay out how actual progress might be realized through various trade-offs. For example, he suggests that the United States halt arms sales to Taiwan in return for credible assurances by Beijing that it will not use force against Taiwan (except in the case of a dejure declaration of independence) and acceptance that unification would be peaceful and must involve the consent of people of Taiwan. One can agree or not with all of Swaine’s analysis or prescriptions, but in a much shorter piece, he takes the reader deeper and farther into understanding the challenges at hand and the potential roadmap for resolution.

Elizabeth C. Economy is?C.V. Starr Senior Fellow and Director for Asia Studies at the Council on Foreign Relations. She is an expert on Chinese domestic and foreign policy and U.S.-China relations and author of the award-winning book,?The River Runs Black: The Environmental Challenge to China’s Future.?This post appears courtesy of?CFR.org?and?Forbes?Asia.