The Debate

royalonlinecasino: The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay

ดู บอล ฟรี ทุก ลีก, เงินบาทเปิด 36.24/26 แนวโน้มอ่อนค่า หลังตัวเลขศก.สหรัฐฯหนุนดอลล์แข็ง,ทั้งนี้ Natsu Steel Structure Co., Ltd. เป็นผู้รับจ้างผลิต ออกแบบ และติดตั้งโครงสร้างเหล็ก และเป็นโรงงานที่ได้รับมาตรฐาน H Grade โดยมีโรงงานตั้งอยู่ที่เมืองชิบะ มีกำลังการผลิต 18,000 ตัน/ปี และมีระยะทางเพียง 10 กิโลเมตรเพื่อไปยังท่าเรือชิบะ ภายหลังการซื้อหุ้นใน Natsu Steel Structure Co., Ltd. แล้ว บริษัทแห่งนี้จะกลายเป็นบริษัทย่อยของบริษัท และจะดำเนินการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น M.C.S.Natsu Co.,Ltd.อย่างไรก็ตามบริษัทเชื่อว่าผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังจะปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรก โดยหวังว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯ และการปรับรูปแบบการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ทั้งระบบที่จะบังคับใช้ในปีหน้า จะเป็นตัวช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อให้เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 4/58แนะนำซื้อ ICHI โดยมีแนวรับที่ 17.20 และ 17.00 และมีแนวต้านที่ 18.00 และ 18.60 เป็นจุดขายทำกำไรทั้งนี้ เพื่อสร้างผลการดำเนินงานให้เติบโต หลังจากที่ผ่านมา บริษัทได้เข้าซื้อกิจการสถานีบริการก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ที่อยู่ตามแนวท่อก๊าซและนอกท่อก๊าซไปแล้ว 1 แห่ง และอยู่ระหว่างการเจรจาอีก 2 แห่งซึ่งหากบรรลุข้อตกลงคาดว่าสิ้นปีนี้ SCN จะมีสถานีก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์รวม 7 แห่ง และภายในปี 59 คาดว่าจะเพิ่มอีก 5 แห่ง สำหรับความคืบหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหินในเมียนมาร์ขนาดกำลังผลิต 1,280 เมกะวัตต์ ในช่วงเดือนเม.ย. ที่ผ่านมาบริษัทได้ลงนามสัญญากับรัฐบาลเมียนมาร์แล้ว โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนรวม 700-800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แบ่งเป็นเงินลงทุนของบริษัทราว 400-500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในสัดส่วนการถือหุ้นที่ 60% ส่วนที่เหลือจะเป็นผู้ถือหุ้นจากประเทศญี่ปุ่น และรัฐบาลเมียนมาร์ 5% ซึ่งบริษัทคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างโครงการได้ในช่วงกลางปี 59 โดยจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างราว 4-5 ปีคำแนะนำ: เราแนะนำให้กลับเข้าไป Open Long ต่อเนื่อง หลังจากทะลุผ่านแนวต้านที่ 895 ขึ้นไปได้ โดยมแนวรับที่ 898-900 และมีแนวต้านถัดไปที่ 907 และ 910 TUF พุ่ง 6.40% รับผลบวกร่วมทุน Savola ,บาทอ่อนค่า-ราคาทูน่าฟื้นTOP28C1511A +40.0% (TOP+3.6%)LIVE ปิด 0.83 +0.03 +3.75% หุ้นเก็งกำไรระยะสั้นภาคบ่าย : DCON เป้าเทคนิค 1.67 บาท ตัดขาดทุน 1.32 บาท และ ECL เป้าหมาย 2.14 บาท ตัดขาดทุน 1.88 บาท ,ทั้งนี้ การจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินสำหรับโครงการ ฝ่ายไทยและฝ่ายเมียนมาตกลงที่จะดำเนินการจัดหาที่ดินสำหรับงานก่อสร้าง การบริหารและการบำรุงรักษาสะพาน การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับต่าง ๆ พร้อมทั้ง ภาระหน้าที่ของแต่ละประเทศที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว เพื่อที่จะทำให้การดำเนินโครงการ สำเร็จเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ของทั้งสองประเทศ เมื่อได้ลงนามความตกลงดังกล่าวแล้ว กระทรวงคมนาคมของรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงการก่อสร้างแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ จะร่วมมือกันดำเนินการก่อสร้างโครงการฯ ให้สำเร็จในโอกาสต่อไปทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ AJD ได้มีการลงนามในบันทึกข้อตกลงเบื้องต้น เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนากิจการขนส่งสินค้า และการค้าผ่านสื่ออิเลคทรอนิกส์ (E-Commerce) กับ YTO Express Co., Ltd. ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีขอบเขตความร่วมมือระหว่างกัน เพื่อร่วมกันศึกษาและจัดทำแผนธุรกิจ เรื่องกิจการขนส่งสินค้าและการค้าผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) ซีพีเอฟได้รับคัดเลือกให้เป็น DJSI Listed Company ในกลุ่ม DJSI Emerging Market หลังจากการเข้าร่วมตอบแบบประเมินเป็นปีแรก ซึ่งความสำเร็จครั้งนี้ถือว่าเร็วกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี 2561 โดยซีพีเอฟเป็น 1 ใน 5 บริษัท จาก 31 บริษัทในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร (FOA Food Products) ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกในกลุ่ม DJSI Emerging Market ซึ่ง DJSI ได้ประเมินความยั่งยืนใน 3 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม นายอดิเรก กล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตลาดหุ้นไทยดัชนี SET ปิดช่วงบ่าย (9 ก.ย.) ที่ระดับ 1,396.29 จุด เพิ่มขึ้น 16.97 จุด หรือ 1.23% มูลค่าการซื้อขาย 46,002.76 ล้านบาทบล.ทรีนีตี้ แนะ Trading buyCHUO มองราคาอยู่ในช่วงลุ้นการไปต่อจาก MAV(25) support with volume surge อยู่ ดังนั้นหากไม่หลุดแนวรับที่ 7.8 ลงมาให้ STOPLOSS ก็จะดู OK ต่อ เพราะ Indicatorระยะสั้นก็ยังเล่นในช่องสัญญาณเชิงบวกอยู่จึงทำให้ Trading สั้นๆได้ในส่วนของคดี ก่อนหน้านี้ นางสาวกัณฐณา ได้ไปรายงานตามกำหนดนัดแล้ว ทั้งก็มีความมั่นใจว่า มีหลักฐานเกี่ยวกับการโอนหุ้นอย่างถูกต้อง เพราะบริษัท AEC ได้ออกมาชี้แจง ถึงขั้นตอนการโอนหุ้นว่า ถูกต้องและเป็นลายเซ็นของ นายชูวงษ์ จริง。 จีนเตรียมปฏิรูประบบคำนวณ GDP รายไตรมาส เริ่ม Q3/58 จากการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภค ในจังหวัดชลบุรี และระยอง พบว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ ที่มีกำลังซื้อ ใส่ใจในคุณภาพของสินค้า และคุณภาพชีวิตที่ดี บริษัทจึงได้กำหนดกลยุทธ์การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยให้ตอบสนองกลุ่มเป้าหมายดังกล่าว โดยล่าสุด ได้เปิดตัวโครงการบ้าน 2 ทำเล ได้แก่ คาซ่า วิลล์ บ้านบึง 2 จังหวัดชลบุรี และคาซ่า วิลล์ ระยอง จังหวัดระยอง นายชัชชาติ กล่าว นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการบริหาร บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ BTS เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าในเดือน ก.ย.58 จะเซ็นสัญญากับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในการว่าจ้างเดินรถรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายทั้ง 2 ด้าน คือ ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต หลังจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะมีการโอนโครงการดังกล่าวให้ กทม.เป็นผู้ดำเนินการแทนสำหรับหุ้นที่ลงแรงประจำวันนี้ (9 ก.ย.) ได้แก่。

อนึ่ง ENGINE HOLDINGS ASIA PTE เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ของบริษัทนอกจากนี้ นายพงษ์ศักดิ์ ศิริคุปต์ กรรมการผู้จัดการ DEMCO ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้น 4% ในบริษัท วินด์ เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด หรือ WEH คาดว่า วินด์ เอ็นเนอร์ยี่ฯจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในปี 59 เพื่อระดมทุนราว 8,000-10,000 ล้านบาท โดยจะยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ในช่วงไตรมาส 1/59 สรุปหุ้น 10 อันดับแรกที่หนุนดัชนีวันนี้ (10 ก.ย.)ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า หากกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพใหญ่ในช่วง 2-3 เดือนหลังจากนี้ ทยอยได้รับอานิสงส์มากขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การเร่งลงทุนของภาครัฐ ที่ดำเนินการควบคู่ไปกับมาตรการดูแลค่าครองชีพของประชาชน ก็อาจช่วยส่งเสริมให้สภาพแวดล้อมในระดับครัวเรือนทยอยปรับตัวกลับมาอยู่ในบรรยากาศที่เอื้อต่อการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชนมากขึ้นอย่างไรก็ตามในไตรมาส 3/58 คาดว่าจะสามารถกลั่นน้ำมันเฉลี่ยได้เพิ่มขึ้นมาที่ 1.15 แสนบาร์เรล/วัน จากเฉลี่ยสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 1.12 แสนบาร์เรล/วันในไตรมาส 2 หลังจากในเดือนส.ค. บริษัทสามารถกลั่นน้ำมันได้สูงถึง 1.18 แสนบาร์เรล/วัน โดยปัจจุบัน BCP มีกำลังการกลั่นน้ำมันเต็มที่ 1.2 แสนบาร์เรล/วัน และมีเป้าหมายจะเพิ่มเป็น 1.4 แสนบาร์เรล/วัน ในอีก 3 ปีข้างหน้าด้วย、ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศก็มองว่าตลาดน่าจะตอบรับน้อยลงหลังจากที่ได้ขึ้นตอบรับไปมากแล้ว โดยแนะนำให้เริ่มทยอยขายหุ้น Domestic Plays แต่มองว่าหุ้นที่น่าจะเข้าลงทุนเป็นหุ้นในกลุ่มพลังงาน เนื่องจากดูท่าทีแล้วราคาน้ำมันน่าจะดีดกลับได้ และกลุ่มนี้ Underperform ด้วย และยังสามารถลงทุนหุ้นในกลุ่มปิโตรเคมี และหุ้นในกลุ่มวัสดุก่อสร้างบางตัวSET50 Index Futures: บ่ายการฟื้นตัวเพื่อเปลี่ยนกรอบได้แตะ High รอบเช้าที่ 904 จุดไปแล้ว ฉะนั้นความพยายามดีดต่อในกรอบบ่ายควรจะยืนที่แนวต้าน 905 จุดให้ได้ และไม่ควรถอยลงมาปิด Gap 893.60-896.20 จุดอีก เพราะจะเป็นความเสี่ยงด้านลบสำหรับความคืบหน้าโรงไฟฟ้าถ่านหินในเมียนมาร์ขนาดกำลังผลิต 1,280 เมกะวัตต์ ในช่วงเดือนเม.ย. ที่ผ่านมาบริษัทได้ลงนามสัญญากับรัฐบาลเมียนมาร์แล้ว โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนรวม 700-800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แบ่งเป็นเงินลงทุนของบริษัทราว 400-500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในสัดส่วนการถือหุ้นที่ 60% ส่วนที่เหลือจะเป็นผู้ถือหุ้นจากประเทศญี่ปุ่น และรัฐบาลเมียนมาร์ 5% ซึ่งบริษัทคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างโครงการได้ในช่วงกลางปี 59 โดยจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างราว 4-5 ปีแนะนำซื้อ ICHI โดยมีแนวรับที่ 17.20 และ 17.00 และมีแนวต้านที่ 18.00 และ 18.60 เป็นจุดขายทำกำไร,นอกจากนั้น เงินบาทที่อ่อนค่าลงยังเป็นปัจจัยบวกกับชาวต่างชาติที่สนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ไทยอีกด้วย เพราะสามารถซื้ออสังหาฯในราคาที่ถูกลงถึง 9% เมื่อเทียบกับค่าเงินบาทเมื่อต้นปีที่ผ่านมา จึงเป็นเหตุให้ลูกค้าต่างชาติทั้งที่ซื้ออสังหาฯเพื่อเป็นบ้านพักตากอากาศและซื้ออสังหาฯเพื่อการลงทุนปล่อยเช่าสามารถตัดสินใจในการซื้อคอนโดมิเนียมได้เร็วขึ้น,JAS = 5.80 / 5.90, KTB = 18.20 / 18.60, PTT = 262 / 265, ITD = 7.90 / 8.00, AJD = 1.65 / 1.70MALEE (BUY:[email protected]) : ด้วยตลาดน้ำผลไม้ 100% ที่มีแนวโน้มโตเฉลี่ยในช่วง 2 ปีนี้ที่ 10%, การมุ่งเน้นกลยุทธ์ Focus Group ในตลาดต่างประเทศซึ่งคาดช่วยเพิ่มฐานลูกค้าและหนุนการเติบโตได้เป็นอย่างดีในระยะยาว และช่วง 2 ปีนี้คาดมีกำไรโตปีละ 10.4% อีกทั้งยังมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง + ปัจจุบันยังมี Upside 27.5% จึงแนะนำ ซื้อ โดยหลังจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 9 ต.ค.58 อนุมัติแผนการนำบริษัท บีซีพีจี จำกัดเข้าตลาดหุ้นแล้ว ก็จะดำเนินการปรับโครงสร้างธุรกิจไฟฟ้า โดยโอนธุรกิจไฟฟ้าทั้งหมดมาอยู่ในบริษัท บีซีพีจี คาดว่าการปรับโครงสร้างจะแล้วเสร็จทันภายในปีนี้ ซึ่งความคืบหน้าปัจจุบันบริษัทได้แต่งตั้งที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) เพื่อนำหุ้นเข้าจดทะเบียนแล้ว ขณะที่ตามแผนการขยายธุรกิจไฟฟ้ามีเป้าหมายจะเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 300 เมกะวัตต์ ก่อนนำบริษัทเข้าตลาดหุ้น และจะเพิ่มเป็น 500 เมกะวัตต์ภายในปี 63 หรืออีก 4-5 ปีข้างหน้าทั้งนี้ วายแอลจีมองว่าหากที่ประชุมดังกล่าวมีการประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะส่งผลให้ราคาทองคำร่วงลงหลุดระดับ 1,070-1,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากเฟดยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับร้อยละศูนย์เหมือนเดิมจะส่งให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นในทันที คาดว่าราคาทองคำในตลาดโลกมีโอกาสไปทดสอบระดับ 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมด (Total Market Turnover) 46,002.77 ล้านบาทแนวต้าน : 8.15 และ 8.22นอกจากนี้ ADB มองว่าหลังจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีมติไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ และส่งผลให้การเลือกตั้งต้องเลื่อนออกไปนั้น จะไม่มีผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนหากภาครัฐมีมาตรการและนโยบายในการดำเนินเศรษฐกิจที่ชัดเจน เนื่องจากนักลงทุนจะมองการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจเป็นหลักว่ามีความต่อเนื่องหรือไม่ สถาบันเวสท์แพค/เมลเบิร์นรายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนก.ย.ร่วง 5.6% แตะที่ 93.9 โดยต่ำกว่าระดับ 100 จุด ซึ่งชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคมองเศรษฐกิจในประเทศในแง่ลบมากกว่าแง่บวก กสทช.ตั้งค่าปรับหนักกำชับโอเปอเรเตอร์ทำตามกฎบริการคงสิทธิเลขหมายสถาบันเวสท์แพค/เมลเบิร์นรายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนก.ย.ร่วง 5.6% แตะที่ 93.9 โดยต่ำกว่าระดับ 100 จุด ซึ่งชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคมองเศรษฐกิจในประเทศในแง่ลบมากกว่าแง่บวก (แก้ไข) DW บนหุ้น TPIPL และ ITD เทรดคึกคักในวันพุธ?อนึ่ง PTTGE COOP เป็นบริษัทซึ่งจัดตั้งขึ้นในประเทศเนเธอร์แลนด์มีวัตถุประสงค์เพื่อให้การสนับสนุนทางการเงินในการถือหุ้นเพื่อลงทุนในธุรกิจปาล์มน้ำมันที่ประเทศอินโดนีเซียในปัจจุบัน PTTGE COOP โดยการลงทุนผ่าน PTT Green Energy Services (Netherlands) B.V. (บริษัทย่อยที่ PTTGE COOP ถือหุ้นจำนวนร้อยละ 100) และ PT KI ได้ถือหุ้นร่วมกันในบริษัทจำนวน 7 บริษัท รวมเรียกว่า KPI Project ได้แก่ PT Kutai Inti Utama, PT Kutai Sawit Plantation, PT Kalpataru Sawit Plantation, PT Malaya Sawit Khatulistiwa, PT Mahakam Sawit Plantation, PT Sawit Khatulistiwa Plantation และ PT Kota Bangun Plantation ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2554ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า หากกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาพใหญ่ในช่วง 2-3 เดือนหลังจากนี้ ทยอยได้รับอานิสงส์มากขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การเร่งลงทุนของภาครัฐ ที่ดำเนินการควบคู่ไปกับมาตรการดูแลค่าครองชีพของประชาชน ก็อาจช่วยส่งเสริมให้สภาพแวดล้อมในระดับครัวเรือนทยอยปรับตัวกลับมาอยู่ในบรรยากาศที่เอื้อต่อการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชนมากขึ้น。

Three recent papers attempt to look at the next stage of the world’s most important relationship.

The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay
Credit: The White House

The Asia security field is a crowded one these days, and that is a good thing. The region is confronting a number of destabilizing threats: disputes over islands in the South and East China Seas, weak governance in several Southeast Asian nations, and continuing?uncertainty over North Korea’s intentions and capabilities, among others. All are long-term, ongoing challenges, and the more ideas that get out there about how to manage these issues, the better.

No issue gets as much attention, however, as the U.S.-China relationship and what it means for regional security. For most, it boils down to whether the era of U.S. primacy is over. If it is, what should the next stage look like and how does China fit in? If not, how does the United States preserve its role as the fundamental security guarantor in the region and how does China fit in?

Three recent, thoughtful reports/papers attempt to address this question: the first, “Revising U.S. Grand Strategy Toward China”?by my CFR colleague Robert Blackwill and Carnegie Endowment scholar Ashley Tellis; the second, “The Future of U.S.-China Relations Under Xi Jinping: Toward a New Framework of Constructive Realism for a Common Purpose”?(pdf)?by former Australian Prime Minister Kevin Rudd; and the third, “Beyond American Predominance in the Western Pacific: The Need for a Stable U.S.-China Balance of Power”?by Carnegie Endowment scholar Michael Swaine. Each adopts a different approach and arrives at different conclusions, although the Rudd and Swaine analyses are largely compatible. Blackwill and Tellis explicitly seek to develop a roadmap for continued U.S. primacy in the Asia Pacific. Rudd and Swaine, in contrast, argue that such an effort is unrealistic, even harmful, given the realities of U.S. commitments and domestic politics, as well as China’s intentions and growing capabilities. Both Rudd and Swaine seek to have the United States and China sacrifice near-term interests for a longer-term greater good. However, Rudd places a much greater burden of compromise on the United States, while Swaine is more even-handed in his call for accommodation by both sides.

I was most eager to read the Rudd report. I have heard the former prime minister speak on a number of occasions and have always been impressed by his insights. In his report, Rudd assumes the role of peacemaker—trying to bridge the gap between the “private or semi-private narratives each side [the United States and China] may have about the other.” Although ostensibly designed to speak equally to Chinese and U.S. policymakers, the report is, for the most part, designed for a U.S. audience—explaining China and the Chinese perspective to Americans and offering recommendations for Washington.

Rudd’s argument is premised on his belief that Chinese President Xi Jinping is someone with whom the United States can work, that he is prepared to take calculated risks, and that there is now a window in China for Washington and Beijing to strike a grand bargain. According to Rudd, it is up to the United States to use this space as creatively as possible, while it lasts. While this is an appealing narrative, the report does not make?clear why Rudd believes this. Rudd also leaves the reader hanging when he asserts that China will become a more active participant in the reform of the global rules-based order and that it will bring a “new, forthright Chinese voice in the world.” It would have been helpful had the prime minister explained whether this voice will mean more Air Defense Identification Zones or more Asian Infrastructure Investment Banks or both. The implications for the region are vastly different.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

There are also some off-putting notes. Rudd begins by announcing that the Chinese economy will continue to thrive, noting: “Sorry, but on balance, the Chinese economic model is probably sustainable.” It is an awkward pronouncement that assumes that Americans want the Chinese economy to fail—something very few Americans, in fact, desire. (What Americans do want is a thriving Chinese economy that offers a fair and open trade and investment environment.)

While bold and fun to read, Rudd’s analysis of Xi’s presidency and the potential for significant new cooperation with the United States—should only the United States?seize the moment—ultimately falls short because it is difficult to find the evidence to support it. Xi may well have the political capital to strike a grand bargain, but Rudd’s faith in him notwithstanding, it remains unclear that he wants one.

The lack of demonstrable Chinese interest in a more accommodating regional security posture makes me initially sympathetic to the dominant theme of the Blackwill and Tellis report. As Blackwill and Tellis note, the current Chinese leadership has offered little indication—either in words or action—that it does not have as its endgame supplanting the United States as the regional hegemon. However, the report adopts such an uncompromising stance on any potential for the United States and China to find common ground that it loses me along the way. There is a built-in assumption that China necessarily wants to supplant the United States—not simply this regime at this moment in time. Such a deterministic understanding of Chinese politics and interests ignores ongoing debates within the country and the potential for new understandings to emerge

The recommendations (as in the Rudd report) run several pages, and for the most part, they represent a coherent strategy for the United States. Blackwill and Tellis have flipped the current hedging strategy from its emphasis on engagement with limited containment to containment with limited engagement. Much paper is devoted to strengthening military and economic ties with our allies. Still, it is difficult to understand, at times, how the containment and engagement will all work together—for example, “agreeing on enhanced security confidence-building measures between the two sides” while the United States establishes a new technology-control regime and levies an across-the-board tariff on Chinese economic goods in response to Beijing’s cyberattacks. Whatever its weaknesses, however, the report raises appropriate alarm bells concerning the challenge that many current Chinese economic and security behaviors pose for U.S. interests and the necessity of addressing them directly.

Ultimately, I thought the quietest piece—the one released with the least fanfare—was the most thought-provoking and compelling. Swaine offers a reasonably even-handed assessment of both the U.S. and PRC perspectives and tackles head on the problem that Beijing and Washington have concerning “clashing assumptions and beliefs about the requirements for continued order and prosperity in Asia.” He also identifies several very specific areas for potential cooperation, including the Korean Peninsula, Taiwan, and the management of maritime territorial disputes, and then proceeds to lay out how actual progress might be realized through various trade-offs. For example, he suggests that the United States halt arms sales to Taiwan in return for credible assurances by Beijing that it will not use force against Taiwan (except in the case of a dejure declaration of independence) and acceptance that unification would be peaceful and must involve the consent of people of Taiwan. One can agree or not with all of Swaine’s analysis or prescriptions, but in a much shorter piece, he takes the reader deeper and farther into understanding the challenges at hand and the potential roadmap for resolution.

Elizabeth C. Economy is?C.V. Starr Senior Fellow and Director for Asia Studies at the Council on Foreign Relations. She is an expert on Chinese domestic and foreign policy and U.S.-China relations and author of the award-winning book,?The River Runs Black: The Environmental Challenge to China’s Future.?This post appears courtesy of?CFR.org?and?Forbes?Asia.