Features | Security

popular shooting games: Flashpoints and Arms Races to Watch in 2019

best games of 2020 pc, DW28 เผย Call DW หุ้นพลังงานบวกต่อเนื่องเป็นวันที่สามSCI ราคาปิด 6.40 บาท ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 15-17 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อนส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 14.90 บาททั้งนี้คาดว่าเป็นการทำรายการของผู้ถือหุ้นใหญ่ คือบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ โลจิสติก จำกัด ซึ่งถือหุ้น SSC อยู่ทั้งหมด 171,923,138 หุ้นหุ้น Banimmo ซึ่งเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของเบลเยียม ร่วงลง 8.6% หลังจากบริษัทประกาศงดการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2558ส่วนหุ้น PostNL ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านไปรษณีย์ของเนเธอร์แลนด์ ทะยานขึ้น 13% หลังจากมีรายงานว่า บริษัท Royal Mail จะเทคโอเวอร์กิจการของ PostNL,ITD28C1602A +14.3% (ITD +2.8%)สำหรับการซื้อขาย DW28 วานนี้ นักลงทุนซื้อสุทธิ TPIP28C1603A 22.6 ล้านหน่วย S5028P1601B 5.6 ล้านหน่วย และ PTTE28C1607A 5.0 ล้านหน่วย ขณะที่มีแรงขายสุทธิใน KBAN28C1607A 21.1 ล้านหน่วย และ S5028C1601A 7.3 ล้านหน่วย ตามลำดับ TTCL ระดมทุนขยายธุรกิจ จ่อออกหุ้นกู้ 1,075 ลบ. ขาย 12-14 ม.ค.59ROBINS (TP57*): Support 42/41 Resistance 44.5/46ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างซบเซา เนื่องจากนักลงทุนจำนวนมากปลีกตัวอยู่นอกตลาดในช่วงเทศกาลคริสต์มาส นอกจากนี้ วอลุ่มการซื้อขายมีอยู่เพียงบางเบา เนื่องจากตลาดหุ้นนิวยอร์กเปิดทำการเพียงครึ่งวันในวันที่ 24 ธ.ค. เนื่องในวันคริสต์มาส อีฟ ข้อมูลเบื้องต้นจากคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์ (EDB) ระบุว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสิงคโปร์ลดลง 5.5% เมื่อเทียบรายปีในเดือน พ.ย.ซึ่งปรับตัวลดลงเป็นเดือนที่ 10 ติดต่อกัน เนื่องจากภาคอิเล็กทรอนิกส์และภาคการขนส่งทางทะเลยังคงหดตัว โดยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน พ.ย.ลดลงจากตัวเลขเดือน ต.ค.ที่หดตัวลง 4.7% และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่าจะปรับลง 3.6% ,โดยคาดว่าจะมีปริมาณรถหนาแน่น ในวันที่ 30 ถึง 31 ธันวาคม นี้ ซึ่งได้กำชับเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกการจราจรให้ตลอดเส้นทาง รวมถึงมีด่านตรวจสกัด เพื่อป้องปรามอุบัติเหตุเฝ้าระวัง ทั้งถนนสายหลักสายรองไปจนถึงในพื้นที่ชุมชนที่มักพบว่า มีอุบัติเหตุเมาแล้วขับมากที่สุด โดยตำรวจจะเข้าไปประสานงานกับผู้นำชุมชนให้เฝ้าระวังผู้ขับขี่ที่มึนเมาสุรา โดยจะใช้มาตรการให้หยุดพักรถ ห้ามขับขี่ และจะใช้อำนาจตามคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยึดรถ ในกรณีผู้เมาแล้วขับ โดยแผนงานทั้งหมด จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไปตลอดจนเสร็จสิ้นช่วงเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ราคาหุ้นบริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค จำกัด (มหาชน) หรือECFปิดตลาดวันนี้ (24 ธ.ค.) อยู่ที่3.84 บาท บวก 0.12 บาท หรือ 3.23% สูงสุด 3.90 บาท ต่ำสุด 3.74 บาท มูลค่าการซื้อขาย 32.87 ล้านบาทปัจจัยต่างประเทศ : (มีแต่การรายงานดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจ)ทั้งนี้ สศก.ได้วิเคราะห์ผลกระทบจากการลดลงของราคาน้ำมันดีเซลที่มีต่อภาคเกษตร ทั้งด้านผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคเกษตร ต้นทุนการผลิต และผลกระทบต่อราคาสินค้าเกษตรที่สำคัญ โดยเปรียบเทียบกรณีราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลที่ลดลงจากระดับราคา 24.50 บาท/ลิตร ไปอยู่ที่ระดับ 19.50 บาท/ลิตร หรือลดลง 20% ซึ่งพบว่า ผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคเกษตร (GDP ภาคเกษตร) ส่งผลให้ GDP ภาคเกษตรขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 0.24% เนื่องจากการใช้น้ำมันดีเซลซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนการผลิตขั้นกลางของภาคเกษตรมีแนวโน้มลดลง ย่อมส่งผลให้ GDP ภาคเกษตรหรือมูลค่าเพิ่มของภาคเกษตรมีทิศทางเพิ่มขึ้นWHA/2.90 ราคาหุ้นบริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือJปิดตลาดวันนี้ (25 ธ.ค.) อยู่ที่3.06 บาท บวก 0.30 บาท หรือ 10.87% สูงสุด 3.30 บาท ต่ำสุด 2.82 บาท มูลค่าการซื้อขาย 552.71 ล้านบาทADVANC ปิดที่ 154.00 บาท ลดลง 1.50 บาทโดยบริษัท J TRUST ออกแถลงการณ์ดังกล่าวหลังจากที่บริษัทในเครือที่ประเทศสิงคโปร์ J TRUST ASIA PTE. LTD., ซึ่งซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพของ GL มูลค่า 30 ล้านเหรียญสหรัฐเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้ตัดสินใจแปลงสภาพหุ้นกู้ดังกล่าวเป็นหุ้นสามัญของ GL จำนวน 98.1 ล้านหุ้น โดยหลังจากการแปลงสภาพดังกล่าวจะทำให้กลุ่ม J TRUST ถือหุ้น 6.43% ของทุนจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้นของ GL ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี ปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันนี้ อันเนื่องมาจากแรงเทขายของนักลงทุน ตามทิศทางพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเมื่อคืนนี้ โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรหมายเลข 341 ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราดอกเบี้ยระยะยาว ปิดที่ 0.275% ซึ่งเพิ่มขึ้น 0.005% จากระดับปิดเมื่อวันอังคาร ส่วนราคาสัญญาพันธบัตรอายุ 10 ปี ส่งมอบเดือน มี.ค.ลดลง 0.05 จุด แตะ 148.92 ที่ตลาดหุ้นโอซาก้า。

SCN (7.10 บาท),อนึ่ง การให้บริการตรวจเช็ครถยนต์ฟรี 11 รายการ ประกอบด้วย น้ำมันเบรคและคลัทซ์ น้ำมันเกียร์ น้ำมันเฟืองท้าย น้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์ ก้านปัดน้ำฝนและน้ำฉีดกระจก หม้อน้ำและระดับน้ำในท่อ ไส้กรองอากาศ แบตเตอรี่ สายพานเครื่องยนต์ สภาพยางและแรงดันลม ระบบไฟ โดยสามารถรับบริการที่ศูนย์บริการ กรีนเซิร์ฟ และวอชโปร รวม 49 สาขา ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้-31 ม.ค.59โดยบริษัทมีวัตถุประสงค์นำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ ไปใช้ชำระคืนเงินกู้ต่างๆ (Refinance) ของสถาบันการเงิน ในกรณีที่มีสภาพคล่องส่วนเกิน และ/หรือ เพื่อใช้รองรับโอกาสในการซื้อเรือ และ/หรือ การลงทุนและ /หรือ เพื่อใช้สำหรับค่าใช้จ่ายฝ่ายทุน และ/หรือ เป็นเงินทุนหมุนเวียนทั่วไปตามความจำเป็น และ/หรือ เพื่อใช้ตามวัตถุประสงค์อื่นๆที่เกี่ยวข้องกับกิจการของบริษัทและกลุ่มบริษัทอย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาดังกล่าวบริษัทได้ทยอย COD ไปบ้างแล้ว ทำให้คงเหลือกำลังการผลิตที่จะ COD จนถึงสิ้นปีนี้อีก 52 เมกะวัตต์ อีกทั้งในวันที่ 28-30 ธันวาคม 2558 จะมีการทดสอบระบบไฟฟ้าแรงดัน 115 เควี (AC withstand) ไปยังสถานีไฟฟ้า ของบริษัท Energyserve โครงการเขาย้อย เพื่อเตรียมการจ่ายไฟให้กับ กฟภ.จำนวน 10 โครงการ ขนาด 75 เมกะวัตต์ ตามกำหนดการต่อไป DW28 เผย Call DW หุ้นรับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ MJD ออกหุ้นกู้ 500 ลบ.อายุ 3 ปี ดอกเบี้ย 5.40% ขายรายใหญ่ 19-21 ม.ค.59ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 4.60-5.40 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 4.50 บาททั้งนี้ ส่งผลให้โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัทย่อยของ SUPER ทุกโครงการได้จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้ว เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 18 โครงการ กำลังผลิตรวม 98.55 เมกะวัตต์,ราคาหุ้นบริษัท เอสซีไอ อีเลคตริค จำกัด (มหาชน) หรือSCIปิดตลาดเช้าอยู่ที่ 6.95 บาท บวก 0.20 บาท หรือ 2.96% สูงสุด 7.05 บาท ต่ำสุด 6.85 บาท มูลค่าการซื้อขาย 137.88 ล้านบาทคำแนะนำของ ASLถือหรือซื้อเมื่อปรับยืน 1,280 ได้เท่านั้น / ขายทำรอบแนวต้าน。 นอกจากนี้ บริษัทยังได้เพิ่มจำนวนรถขนส่งน้ำมัน และจำนวนพนักงานในสถานีบริการน้ำมันให้เพียงพอต่อการให้บริการ รวมทั้งจัดให้บริการตรวจเช็ครถยนต์ฟรี 11 รายการ เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายในการเดินทางกลับภูมิลำเนา ท่องเที่ยวและพักผ่อนในวันหยุดยาวกับครอบครัวอย่างมีความสุขขณะที่เดียวกันพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้บูรณาการกำลังตำรวจร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งทหาร และฝ่ายปกครอง กว่า 1 แสนนาย ในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรในช่วงเทศกาลวันคริสต์มาส ต่อเนื่องไปจนถึงวันปีใหม่ 2559 ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เนื่องจากจะมีประชาชนเดินทางออกต่างจังหวัดจำนวนมาก โดยกำชับให้ตำรวจทางหลวงวางแผนการระบายรถให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยBEAUTY มีเป้าหมายสำคัญของการทำ New High อยู่ที่ 6.05 บาท (จุด Stop Loss อยู่ที่ 5.10 บาท) ,J ระดับ 60 นาที ราคาพักตัวมาสร้างฐานแถว 2.6 +/- ล่าสุดยกตัวทำจุดสูงระยะสั้นใหม่ และยืนเหนือกลุ่มเส้นเฉลี่ยพร้อม Vol. ด้าน MACD เดินหน้าเหนืออยู่ค่าเฉลี่ยของตัวเอง และมีแนวโน้มกลับขึ้นแดนบวก สนับสนุนโอกาสที่ราคาจะไต่ระดับเข้าหาด่านถัดไป “บ.บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์” เตรียมขาย IPO ไม่เกิน 1.54 พันล้านหุ้นทั้งนี้ทางโฮมโปรได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ จึงได้จัดโปรโมชั่นให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลโดยส่งแคมเปญ 7 วันที่ โฮมโปร ช้อป ลดภาษีสูงสุด 15,000 สรุปซื้อขายกระดานรายใหญ่ (ภาคเช้า) TMD มูลค่าสูงสุด 19 ลบ.best games of 2020 pc ,ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียปิดภาคเช้าที่ 1,673.67 จุด เพิ่มขึ้น 10.16 จุด, +0.61% ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ 22,047.44 จุด ลดลง 90.69 จุด, -0.41%นักวิเคราะห์กล่าวว่า ตลาดมีวอลุ่มการซื้อขายที่เบาบาง และไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญ ตลาดจึงปรับตัวไร้ทิศทางSET Index คงหนีไม่พ้นที่จะแกว่งตัวแบบนี้ไปจนถึงสิ้นปี อย่างไรก็ตามเชื่อว่าดัชนีจะเน้นเคลื่อนไหวไปในทางบวก และปีนี้น่าจะปิดตัวได้เหนือ 1,290 จุด กลุ่มที่ยังน่าสนใจในการ Trading ระยะสั้น คือ หุ้นที่สามารถเก็ง Window Dressing ได้เช่น SCC BBL BH CK TOP PTT BA LH SPALIบริษัท พรีเซียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL ระบุว่า บริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัทจำนวนที่เสนอขายไม่เกิน 3,500 ล้านบาท และจำนวนที่สำรองเพื่อการเสนอขายเพิ่มเติมไม่เกิน 500 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่าหุ้นกู้ทั้งสิ้นไม่เกิน 4,000 ล้านบาท อายุหุ้นกู้ 5 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2564 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.25% ต่อปี ตลอดอายุหุ้นกู้ โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยเมื่อช่วงค่ำวานนี้ว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่แล้ว ลดลง 5,000 ราย สู่ระดับ 267,000 ราย และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 270,000 ราย นับเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐยังคงมีความแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ภาวะการซื้อขายยังเป็นไปอย่างซบเซา ขณะที่วอลุ่มการซื้อขายบางเบา เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ปลีกตัวออกนอกตลาดเพื่อฉลองเทศกาลคริสต์มาสส่วนตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียวันนี้การเคลื่อนไหวเป็นลักษณะการแกว่งตัวในกรอบแคบเช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทย โดยมีตลาดหุ้นบางประเทศปิดตลาดเป็นบวกและบางประเทศปิดลบเล็กน้อย อีกทั้งมีมูลค่าการซื้อขายยังไม่สูงมากนักในวันนี้。

Will 2019 see an increased chance for military confrontation in Asia?

Flashpoints and Arms Races to Watch in 2019

In this Friday, April 13, 2018, file photo released by Military News Agency, Taiwan’s President Tsai Ing-wen, second from left, inspects on a Kidd-class destroyer during a navy exercise off the northeastern port of Su’ao in Yilan County, Taiwan. Tsai boarded a navy destroyer to review military drills ahead of planned war games by rival China.

Credit: Military News Agency via AP, File

The 2019 security outlook for Asia, as in past years, is dominated by a number of regional flashpoints that include the Korean Peninsula, the South and East China Seas, as well as the Taiwan Strait, all of which have the potential to trigger a military confrontation. Nonetheless, there appears to be a reduced risk for open military clashes in all of the four cases in the next 12 months.

Simultaneously, 2019 will likely see an intensification of the war in Afghanistan, amid ongoing peace negotiations?and?the suggested withdrawal of 7,000 U.S. troops from the country;?the presidential election scheduled for the spring?may be postponed. Other areas our readers should watch include:?a possible uptick in violence in Jammu and Kashmir as a result of the 2019 Indian general elections (especially in combination with large-scale, ostensibly Pakistani-sponsored terror attacks, which might compel Indian Prime Minister Narendra Modi to retaliate more forcefully in 2019 than in a non-election year), the usual chance of South Asian border disputes getting out of control, ?and increased naval competition between India, China, and Pakistan in the Indian Ocean. Naval competition is especially noteworthy as all three states are in the process of fielding, or already have deployed, nuclear-armed submarines.

Overall, 2019 will see a general diffusion of military capabilities in the Indo-Pacific region without any single state being capable of dominating the region militarily. While China will remain the region’s top military power, it qualitatively still cannot compete with the much smaller South Korean and Japanese militaries, let alone U.S. forces. In turn, the United States is no longer capable of militarily dominating the region as it had during the 1990s and 2000s. Consequently, an uneasy balance of power is expected to prevail in the region.

Flashpoints

First, should North Korea continue to refrain from further testing of nuclear weapons or long-range missiles, 2019 will most likely be dominated by summit diplomacy with North Korean leader Kim Jong Un possibly parlaying face-to-face with Russia’s Vladimir Putin, Japan’s Shinzo Abe, South Korea’s Moon Jae-in, and the United States’ Donald Trump.? Conversely, a major known unknown will be the reaction of the U.S. president once it will become clearer in 2019 that Pyongyang will not relinquish its nuclear deterrent.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Second, while the United States, along with its regional allies and partners, will continue to carry out freedom of navigation operations (FONOP)?challenging excessive maritime claims in the South China Sea that will draw the ire of Beijing, the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) and China are expected to complete the first draft of a South China Sea Code of Conduct in 2019. Following a steady Chinese military buildup in the contested waters over the past years, an uneasy military stalemate will likely continue to hold throughout the next 12 months.

Third, after tensions between China and Japan in the East China Sea spiked in 2012, last year saw a number of Chinese intrusions into Japan’s contiguous marine zone. Yet, the past 14 months have nevertheless seen a marked diffusion of bilateral tensions — a trend expected to continue into 2019. Both countries will push on with the implementation of East China Sea crisis management and communication mechanisms, officially agreed to in December 2017. Chinese President Xi Jinping will also make his first official visit to Japan in June 2019.

Fourth, while China has stepped up its military pressure on Taiwan throughout 2018, including long-range bomber patrols?and naval exercises in close vicinity to the island (the People’s Liberation Army openly seeks readiness to invade Taiwan by 2020), a cold peace between Taipei and Beijing is likely to prevail throughout 2019. Nonetheless, the Taiwan Travel Act, a U.S. law enacted to revitalize reciprocal visits between the U.S. and Taiwan by high-level government officials and signed into law in 2018, as well as a $1 billion U.S. arms package for Taiwan, is bound to increase tensions throughout 2019.

The 2019 Arms Races

All Asian powers are expected to continue their military modernization programs throughout 2019 with six regional states likely making the 2019 top 10 global military spenders’ list. Here are several military hardware developments worth keeping an eye on:

First, India is expected to induct its most advanced nuclear-capable intercontinental ballistic missile (ICBM), the Agni-V,?to date in the first quarter of 2019. With its increased range and accuracy, the introduction of this new weapon system could pose a problem for long-term strategic stability in Asia. India is also expected to conduct its first real nuclear deterrence patrol in 2019. Long term strategic stability could be further undermined by Pakistani efforts to field a submarine-launched cruise missile (the Babur-3) and a medium-range ballistic missile?fitted with multiple independently targetable re-entry vehicles, or?MIRVs.

Second, China will continue to produce units composed of one of the region’s most advanced long-range air defense system, the Russian-made S-400?Triumf?(NATO reporting name: SA-21 Growler)?into service, which will significantly boost the People’s Liberation Army anti-access capabilities, especially around Taiwan. (Taipei, meanwhile, will continue its development of an indigenous submarine force ?as well as push for the sale of F-35Bs.) China’s first domestically designed and built aircraft carrier, the Type 002 (CV-17), could also enter service as early as the fourth quarter of 2019 further boosting China’s blue water navy capabilities. Notably, the next 12 months may also witness the first operational deployment of a hypersonic glide vehicle (HGV), the DF-17, with significant implications for strategic relations in Asia.

Third, Russia is back as a major military power in the Asia-Pacific. In 2019, the Russian Eastern Military District — the military arm responsible for operations across the Pacific — is expected to receive more than 6,240 pieces of new and upgraded military equipment. 2019 will likely see the delivery of the nuclear-powered ballistic missile submarine Knyaz Vladimir, the Russian Navy’s first upgraded Project 955A?Borei II-class boomer, to the Pacific Fleet. ?Russia’s Strategic Missile Forces are also slated to receive their first HGV in 2019. Additionally, the first batch of Sukhoi Su-57 fighter aircraft, Russia’s first indigenously designed and built fifth-generation stealth fighter jet, is expected to be be delivered to the Russian Air Force in late 2019. Finally, Russia is expected to commission its largest nuclear-powered icebreaker in 2019, whose primary mission will be to clear passages for ship traffic on the Northern Sea route, which runs along the Russian Arctic coast from the Kara Sea to the Bering Strait.

Fourth, the air forces of Australia, Japan, and South Korea will also continue to induct their fleets of F-35A Lightning II Joint Strike Fighters in 2019. These aircraft will primarily serve as platforms for long-range air-to-surface/air-to-air standoff missiles. The Diplomat readers should pay special attention to these weapons systems as they will be an important factor in determining the military balance in East Asia and beyond. Other noteworthy developments to keep an eye on in 2019 are bilateral drills involving Japan’s recently stood up Amphibious Rapid Deployment Brigade, South Korea’s continuous development of its?Kill-Chain pre-emptive strike capabilities, and Australia’s SEA 1000 Future Submarine Program.

Another important development to follow will be Japanese deliberations over the procurement of?vertical or short takeoffs and vertical landings F-35Bs and to convert the?Izumo-class of helicopter destroyers into full-fledged aircraft carriers to accommodate the new aircraft. Additionally, readers should pay special attention to Vietnam’s defense deals in 2019. Russia and Vietnam are in final talks over the purchase of 24 Su-35S “Flanker-E” multirole fighter jets — assumed to be delivered in two batches of 12 — with details of the contract reportedly finalized during the visit of Russian Defense Minister Sergei Shoigu to Hanoi in January 2018. Negotiations over the acquisition of two S-400?Triumf? batteries are purportedly also at an advanced stage.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

The United States is expected to maintain a similar force posture in the Asia-Pacific as in 2018 with no major changes save for the deployment of an additional three-ship amphibious ready group (ARG) into the region. Additionally, the U.S. will maintain its continuous bomber presence mission as well as its only forward-deployed? Nimitz-class supercarrier, along with no significant increase or decrease of U.S. ground forces in the Asia-Pacific region. Notably, however, the U.S. could quietly begin negotiating with Japan and South Korea over the deployment of future U.S. ground-launched ballistic and cruise missiles on their territories following the termination of the INF treaty, which could make 2019 a particular eventful year for nuclear diplomacy in Asia. 2019 will also likely see the first deployment since 2017 of a Littoral Combat Ship to the region.

While next year will not see a Rim of the Pacific Exercise (RIMPAC), and scaled down Foal Eagle and Key Resolve exercises, The Diplomat readers should follow the first ever tri-services joint exercises between India and the United States in 2019, the first ASEAN-U.S. Maritime Exercise, ?as well as the annual iterations of the Russia-China “Peace Mission” and “Joint Sea” military drills. Interestingly, the 23rd rendition of the Malabar naval exercise, involving aircraft and ships from Indian Navy, the U.S. Navy, and the Japan Maritime Self Defense Force, is expected to take place in Japanese waters for the first time in 2019.

Outlook

Notably, the absence of a single dominating regional military power in combination with the proliferation of advanced military capabilities in the Asia-Pacific region increases the chances of miscalculation when it comes to assessing the costs and benefits of limited war. The Asia-Pacific region will remain the most militarized region in the world in 2019. The three largest defense budgets in the world are in countries with significant military assets in the region:?the United States, China, and Russia.

This should not distract from the optimistic outlook that 2019 will likely see a reduced risk for military confrontation. The Diplomat readers should, however, keep in mind: Despite our best efforts, the next major military confrontation in the Asia-Pacific, like most military conflicts, will almost certainly come as an apparent surprise and when least expected.

Franz-Stefan Gady is a Senior Editor with the The Diplomat and Senior Fellow with the East West Institute. He tweets @hoanssolo.?