Pacific Money

ufa24h register: China Powers “Two World” Economy

สูตร สล็อต โจ๊ก เกอร์,โดยการลอยตัวราคา LPG ในช่วงปีที่ผ่านมาทำให้ภาระการอุดหนุนราคาของปตท.ลดลงไปมาก จากเดิมที่เคยรับภาระอยู่มากถึงราว 1 หมื่นล้านบาท/ปี เนื่องจากการลอยตัวโดยใช้ราคาเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก (LPG Pool) ในขณะนี้ทำให้ต้นทุนการผลิต LPG จากโรงแยกก๊าซธรรมชาติของ ปตท.อยู่ในระดับใกล้เคียงกับราคานำเข้า LPG หลังราคา LPG ในตลาดโลกปรับตัวลดลง,UV ซื้อ ราคาหุ้นทะลุกรอบสามเหลี่ยมด้านเท่า พร้อมปริมาณการซื้อขายเพิ่มสูงขึ้น สนับสนุนการ Breakout สอดคล้องกับเครื่องมือ DI+ ตัด DI- และ MACD พลิกเป็นวันบวกวันแรก เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่ 6.45 บาท ถัดไปที่ 6.70 บาทคาดดัชนีมีแนวโน้มทรงตัว บริเวณแนวรับ 1,275 จุด โดยแนะนำเก็งกำไรหุ้นที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า แนะนำ CPF, SVI, GFPT สำหรับกลุ่มที่แนะนำสะสมเมื่อดัชนีอ่อนตัว แนะนำสะสมกลุ่มอสังหาฯ คาดจะประกาศงบ ไตรมาส4/5858 เด่น และมีปันผลที่น่าสนใจ QH, SIRI, PS, SPALI สำหรับปัจจัยที่ให้ติดตามในช่วงก่อนเปิดตลาดบ่าย คือผลการประชุม กนง. โดยหา กนง.ปรับลดอัตราดอกเบี้ย จะเป็นบวกกับกลุ่ม ธนาคาร ลีสซิ่ง และธนาคารตัวเลขผู้ใช้บริการในระบบ 2G ตามที่ผู้ให้บริการให้ข่าวคือประมาณ 1 ล้านราย นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้บริการที่ย้ายค่ายไประบบ 3G แล้ว แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนเครื่องมือถือให้รองรับ 3G ทำให้ต้องใช้งานโรมมิ่งบนระบบ 2G อีกประมาณ 10 ล้านราย หากปิดระบบ 2G บนคลื่นนี้แล้ว จะพลอยใช้งานไม่ได้ไปด้วยหากไม่เปลี่ยนมือถือใหม่RS มีเป้าหมายแรกอยู่ที่ 11.50 บาท และมีเป้าหมายเบื้องต้นอยู่ที่ 13.40 บาท (จุด Stop Loss อยู่ที่ 8.95 บาท) แนวรับ : 2.48 และ 2.44สำหรับปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหุ้น MONO ปรับตัวขึ้นคาดว่ามาจากประเด็นที่บริษัทระบุว่าผลการดำเนินงานปี 59 จะสามารถพลิกกำไรได้บริษัทพรีบิลท์ก่อตั้งในปี 2538 เพื่อดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างทั่วไปโดยเน้นงานก่อสร้างอาคารสูงสำหรับกลุ่มลูกค้าภาคเอกชน บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2548 โดยมีกลุ่มตระกูลเจริญตาซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทในสัดส่วน 26% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ณ เดือนพฤษภาคม 2558 บริษัทขยายธุรกิจไปสู่การผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้างในปี 2547 โดยลงทุนผ่าน บริษัท พีซีเอ็มคอนสตรัคชั่น แมททีเรียล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท บริษัทพีซีเอ็มคอนสตรัคชั่น แมททีเรียล เป็นผู้ผลิตแผ่นพื้นคอนกรีตอัดแรงสำเร็จรูป ในปี 2552 บริษัทขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยจัดตั้ง บริษัท บิลท์ แลนด์ จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยเน้นพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮ้าส์ ตั้งแต่ปี 2553 บริษัทรับรู้รายได้จากทาวน์เฮ้าส์ 1 โครงการและจากคอนโดมิเนียม 4 โครงการส่วนความคืบหน้าเรื่องการหารือการแก้ไขปัญหาทีวีดิจิตอลนั้น ขณะนี้ได้ประชุมเพื่อรวบรวมรายละเอียดของปัญหาและข้อเสนอเป็นครั้งที่ 3 แล้ว โดยจะนำข้อมูลที่ได้ส่งต่อไปยังที่กรรมการ กสทช.พิจารณาในวันที่ 10 ก.พ.59กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่เคยเป็นผู้ผลิตคอนเท้นท์รายใหญ่ สามารถยึดครองส่วนแบ่งตลาดในทีวิดิจิตอลได้ มีประมาณ 5-7 ช่อง ได้แก่ บมจ.เวิร์คพ้อยท์ เอ็นเทอร์เมนท์ (WORK) บมจ.อาร์เอส (RS) บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY) ทรูวิชั่นส์ เป็นต้น ซึ่งกลุ่มนี้คาดว่าจะเริ่มทำกำไรได้ภายในปีนี้ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 20.30-22 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 20 บาท,นายสมชัย กล่าวว่า สำหรับคลื่นความถี่ 900 MHz ขณะนี้ยังไม่มีรายใดได้ใบอนุญาต จึงไม่ได้เจรจากับรายใด ทั้ง บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE และ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JASโดยการแสดงความเห็นของทางการจีนมีขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่หลายประเทศในเอเชียได้ลงนามในข้อตกลง TPP โดยในวันนี้นายแอนดรู ร็อบบ์ รัฐมนตรีการค้าของออสเตรเลีย ได้ลงนามในข้อตกลง TPP พร้อมปฏิเสธการเรียกร้องให้มีการวิเคราะห์ต้นทุน-ผลตอบแทน,กลุ่มหุ้น SET50 น่าจะเป็นเป้าหมายของกระแสเงินทุนไหลเข้า โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ใน Top Value เช่น CPALL SCB PTT SCC AOT PTTEP KTB MINT PTTGC SAWAD CPF มีโอกาสที่จะถูกซื้อกลับ และทำให้ราคาวิ่งชนะตลาดได้ โดยในกลุ่มดังกล่าว ฝ่ายวิจัยยังคงชื่นชอบ KTB PTTGC และ CPFแมคควอรี DW28เผยว่า นักลงทุนเทรด SET50 DW หนาแน่น หลังหุ้นไทยเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบจำกัด ยกตัวอย่าง SET50 DW28 ทีมีปริมาณการซื้อขายหนาแน่นได้แก่ S5028C1603A S5028C1603B และ S5028P1603A เป็นต้น ด้าน DW บนหุ้นรายตัว นักลงทุนเข้าเทรด DW ที่อ้างอิงหุ้นในกลุ่มพลังงานและสื่อสารเป็นหลัก โดย Call DW ที่นักลงทุนให้ความสนใจ อาทิ PTT28C1605A PTTE28C1608A ADVA28C1605B และ DTAC28C1605A ส่วน Put DW เช่น PTT28P1609A และ ADVA28P1609A เป็นต้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีค่าระวางเรือ (BDI) ปิดวันทำการล่าสุด (3 ก.พ.) ที่ 303.00 จุด ลดลง 7.00 จุด หรือ 2.26%ACC ราคาปิด 0.95 บาท,แนวต้าน : 1,310 และ 1,314 ECF เผยปีนี้เริ่มรับรู้ฯพลังงานทดแทน-ร้านค้าปลีก ขณะที่เฟอร์นิเจอร์คาดโต 10-12% ส่วนหุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้นเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค และหุ้นยูเอส บังคอร์ป ต่างก็ปรับตัวขึ้นกว่า 1.7%,หุ้นกลุ่มขนส่งดีดตัวขึ้น โดยหุ้นไรเดอร์ ซิสเต็มส์ พุ่งขึ้น 9.2% ส่วนหุ้นเรลโรดส์ ยูเนียน แปซิฟิก และหุ้นแคนซัส ซิตี้ เซาท์เทิร์น ปรับตัวขึ้นกว่า 4.5%สำหรับการดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนทั้งหมดดำเนินการโดย BCPG ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ที่อยู่ระหว่างการนำหุ้น BCPG เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยการเข้าซื้อโรงไฟฟ้ากลุ่ม SunEdison ครั้งนี้ จะทำให้ BCPG มีกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เดินเครื่องผลิตแล้วราว 150-160 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทมีแผนจะเตรียมกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เดินเครื่องผลิตแล้วสำหรับ BCPG ให้ครบ 200 เมกะวัตต์ ก่อนที่จะนำหุ้นเข้า SET ในราวไตรมาส 3 ถึงไตรมาส 4 ปีนี้ แต่ทั้งนี้ ยังขึ้นอยู่กับสภาวะของตลาดในขณะนั้นด้วยFollow Buy เหนือ 176.00 บาทเพื่อเล่นรอบใหญ่แนวรับ : 1,285 แนวต้าน : 1,300 / 1,308。

มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมด (Total Market Turnover) 39,654.93 ล้านบาทหุ้นยาฮู อิงค์ ร่วงลง 4.75% หลังจากทางบริษัทประกาศปรับโครงสร้างองค์กร ซึ่งรวมถึงการปลดพนักงาน 1,700 ตำแหน่ง ส่วนหุ้นกลุ่มค้าปลีกร่วงลงเช่นกัน โดยหุ้น Amazon.com ร่วงลง 3.8% หุ้นโฮม ดีโปท์ ดิ่งลง 1.2% และหุ้น Lowe s Cos รว่งลง 6.2%,ตลาดหุ้นนิวยอร์กได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มผู้ผลิตวัตถุดิบและกลุ่มอุตสาหกรรม โดยหุ้นอัลโค อิงค์ หุ้นฟรีพอร์ท-แมคมอแรน ต่างก็พุ่งขึ้นอย่างน้อย 10% ขณะที่หุ้นแคทเทอร์พิลลาร์ ปรับขึ้น 4.3% หุ้นเจนเนอรัล อิเล็กทริก ปรับตัวขึ้น 1.8% ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มผู้ผลิตวัตถุดิบได้รับแรงหนุนจากการที่นักลงทุนมีมุมมองที่เป็นบวกว่า การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์จะช่วยกระตุ้นราคาสินค้าโภคภัณฑ์และช่วยหนุนผลกำไรของบริษัทข้ามชาติให้ฟื้นตัวขึ้นด้วยส่วนราคาธัญพืชและเมล็ดธัญพืชปรับตัวลง 1.7% เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค. เพราะได้รับแรงกดดันจากการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดข้าวสาลีและข้าวโพด ในขณะที่ราคาข้าวทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือนธ.ค. ขณะที่ราคาน้ำมันและไขมันชนิดต่างๆ ลดลง 1.7% และราคาเนื้อสัตว์ ลดลง 1.1% เมื่อเทียบกับเดือนธ.ค.แต่ก็ยังมีบางกลุ่มที่ยัง laggard ในปัจจุบัน โดยเฉพาะอสังหาฯ ที่ผลตอบแทนปีนี้ยังลดลง -4.3% ซึ่งเป็นสิ่งที่สวนทางกับปัจจัยพื้นฐานค่อนข้างมาก เนื่องจากแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/58 ของหลายๆ Developer จะขึ้นทำจุดสูงสุดในไตรมาสนี้ จากอานิสงส์มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ของรัฐบาลในช่วงปลายปี และมีผลสืบเนื่องมายังผลการดำเนินงานไตรมาส 1/59 ที่น่าจะดีต่อเนื่องด้วย กสทช.รับทีวีดิจิตอลรอดแค่ 10 กว่าราย ยังไม่ประมูลใหม่หากมีคืนไลเซ่นส์ ,ขณะเดียวกันจะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่มทั้งด้านคุณภาพและความสวยงาม ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีนวัตกรรมด้านการรักษาสิ่งแวดล้อม อาทิ ถาดอาหารที่ผลิตจากพลาสติกที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ตลอดจนพัฒนาประสิทธิภาพของเครื่องจักรให้ทันสมัยรองรับเทรนด์ของบรรจุภัณฑ์ที่มีการเปลี่ยนและพัฒนาตลอดทั้งนี้ เส้นทางกรุงเทพ-เสียมราฐ ทางไทยสมายล์เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวยุโรปที่เดินทางกับการบินไทยเป็นหลัก และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาจองที่นั่งในไทยเพื่อเดินทางต่อไปท่องเที่ยวในกัมพูชา รวมทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวไทย,พร้อมให้แนวรับที่ 0.56 และ 0.55 บาท และมีแนวต้านที่ 0.65 และ 0.70 เป็นจุดขายทำกำไร ส่วน STOP LOSS ถ้าราคาหุ้นปิดต่ำกว่า 0.53 ลงไป,นายสมศักดิ์ บริสุทธนะกุล กรรมการผู้จัดการ TPBI กล่าวว่า บริษัทประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์พลาสติก โดยมีบริการครอบคลุมตั้งแต่ การออกแบบผลิตภัณฑ์และพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์, การผลิตและจัดหาผลิตภัณฑ์ และการทดสอบวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ บริษัทยังมีการร่วมลงทุนกับพันธมิตรทั้งจากไทยและต่างประเทศเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แก่การดำเนินธุรกิจแนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (5 ก.พ.) คาดว่าตลาดคงจะแกว่ง Sideway up โดยมีแนวต้าน 1,300-1,313 จุด หากผ่านระดับ 1,313 จุดไปได้ถือว่าจบขาลงรอบสั้น และจะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,350 จุด แต่หากไม่ผ่านก็มีแนวรับที่ 1,280 จุด ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน โดยมีปัจจัยลบมาจากความกังวลเกี่ยวกับความผันผวนเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ปรับคาดการณ์ GDP ปี 59 มาอยู่ที่ 3.7% จากเดิมที่คาดไว้ 3.8%, การส่งออกของไทยในปี 58 ติดลบ 5.78%, ราคาพืชผลทางการเกษตรยังทรงตัวในระดับต่ำ, เงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อย ขณะที่ผู้บริโภคยังกังวลเกี่ยวกับปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้าที่อยู่ในระดับสูงขณะที่โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar PV Rooftop) ซึ่งมีแผนจะดำเนินการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับ GUNKUL โดย ECF ถือหุ้นในสัดส่วน 74.99% และ GUNKUL 25.01% นั้น อยู่ระหว่างรอความชัดเจนจากภาครัฐบาลถึงเงื่อนไขหลักเกณฑ์การเปิดให้เข้าร่วมประมูลสัญญาซื้อขายไฟ BJCHI พุ่งเฉียด 6% เก็งกำไร Q4/58 โตก้าวกระโดด-ปันผลในระดับ 6.7%ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอส่งผลให้นักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐ และทำให้มีความไม่แน่ใจเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ ซึ่งกดดันให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง。 นอกจากนี้ ยังได้มีการร่วมทุนกับบริษัท ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด ร่วมผลิตภาพยนตร์ไทยในนาม T MOMENT ด้วยทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าภายในไตรมาส 3/59 จะเริ่มมีผลงานออกมาให้ชมกัน โดยตั้งเป้าจะผลิตภาพยนตร์ไทยออกมาปีละ 3-5 เรื่องแนวโน้มอันดับเครดิต Stable หรือ คงที่ สะท้อนถึงความคาดหวังว่าบริษัทจะรักษาความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจหลักได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ คาดว่าบริษัทจะมีภาระหนี้สูงขึ้น แต่ก็น่าจะสามารถบริหารจัดการได้แม้ว่าบริษัทจะมีแผนพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มากขึ้นในระยะ 3 ปีข้างหน้าก็ตาม อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทคาดว่าอยู่ที่ระดับ 8% และอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนจะอยู่ในระดับต่ำกว่า 55% หรืออัตราส่วนเงินกู้ต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ในระดับต่ำกว่า 1.2 เท่าในช่วงปี 2558-2561ขณะที่ปัจจัยบวก ได้แก่ สศค.เผย GDP ปี 58 ขยายตัว 2.8% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 4 ที่ผ่านมา, ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวลดลง ,ขณะเดียวกัน การแสดงความเห็นของนายวิลเลียม ดัดลีย์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ก็ได้กดดันดอลลาร์สหรัฐด้วย โดยเขากล่าวว่า สภาวะทางการเงินมีความตึงตัวอย่างมากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา นับตั้งแต่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธ.ค. และเฟดจะต้องพิจารณาปัจจัยดังกล่าวในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในเดือนมี.ค. หากภาวะดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไปนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากสัญญาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นแข็งแกร่งถึง 8% เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ภายหลังจากที่ รัสเซียส่งสัญญาณพร้อมเปิดช่องทางในการเจรจากับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (OPEC) เพื่อร่วมมือกันกระตุ้นราคาน้ำมันราคาปิด 15.30 แนวรับ 15.20-15 แนวต้าน 15.80-16 , 16.50-17ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 46-51 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อนส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 45.50 บาท。

A recent report tells investors to think of the global economy in terms of “two separate narratives.”

“We are moving away from a U.S. – or Europe-led world to a world led by China,” writes Stephen King, Chief Global Economist at HSBC in a report released on Wednesday.

HSBC’s Emerging Market Index for the last quarter of 2012 tells investors to think of the global economy in terms of “two separate narratives.” The first is the “old world” consisting of the U.S. and Europe, which continue to experience an ongoing deleveraging. The second is the “new world” consisting of the “structurally dynamic” emerging markets in general, but China in particular.

In fact, HSBC projects that “China will make its biggest-ever contribution to global growth in 2014.”

Part of this is attributable to a slight improvement in China’s economy, which HSBC expects will grow by 8.6% in 2013, up from 7.8% in 2012. Although this is more robust than the 5.4% growth rate HSBC expects from the emerging markets as a whole, it is still a slower rate of growth than China experienced in the pre-financial crisis era.

Still the slower rate of growth is not as consequential as one might expect, at least in terms of China’s impact on the world economy. This is because the Chinese economy is much larger than it was when it was growing by double digit growth rates. “As a result,” King writes, “although its own growth rate may have slowed, its contribution to global growth is on the rise.”

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

King illustrates this trend by pointing to the increase many countries have experienced, in terms of the percentage of their GDP that comes from their exports to China. This is especially true for countries located near China and, to a slightly lesser extent, commodity producing economies. For example, whereas South Korea’s exports to China amounted to just 3.5% of GDP in 2000, 12% of Seoul’s GDP came from its exports to Beijing in 2012.

It was hardly alone. In fact, a HSBC report from November of last year noted that every country in Asia except for India had seen its export exposure to China—exports to China as a percentage of a country’s total exports—increase between 2006 and 2011. The increase was especially striking in Australia, given its location and commodity production. According to Saul Eslake, chief economist at Bank of America’s Merrill Lynch division in Melbourne, Australia ships about 28% of its exports to China and Beijing indirectly sets the price that other countries pay for another 30% of Australia’s exports.

HSBC also singled out Malaysia and Singapore as other Asian nations whose export exposure to China has grown in recent years. Not surprisingly, non-Asian countries that have seen the largest increase in their exposure to exports to China are typically commodity producers, the report said, explicitly listing Chile, Kazakhstan, Saudi Arabia, and Angola. Angola is a particularly interesting case. With a GDP of U.S. $101 billion in 2011, Angola has become China’s fourteenth most important source of imports, the report says, ahead of countries like France, Canada, Italy, the UK, and even India, which borders on China and boasts an economy over 18 times as large (U.S.$1.85 trillion) as Angola’s. In light of this, HSBC concludes that, “the lack of trade between India and China must count as one of the great missed opportunities of recent years.”

But if India’s paucity of trade with China makes it an outlier in Asia, it would be quite at home in the “old world” nations in North America and Europe.

“The ‘old world’ has yet to catch the China express,” HBSC writes. Indeed, U.S. exports to China are only 0.7% of Washington’s GDP, with Canada, France, and Italy roughly equivalent. On the other hand, the U.K.’s exports to China are even lower, making up just 0.4% of London’s gross output. Germany’s far better than other members of the EU in this (and most other) regards, with about half of EU exports to China coming from Germany, according to the European Council on Foreign Relations (ECFR).  The same ECFR report, published in May of last year, estimated that just under 7% of German exports go to China, making it Germany’s third largest export market after the EU and the U.S.

Still HSBC cautioned against putting too much stock into this, noting that: “Germany’s heightened trade relationship with China has been absolutely swamped by an even bigger increase in its dependency on the rest of Europe.”

Thus is the reality of a two world economy.

Zachary Keck is assistant editor of The Diplomat. He is on Twitter: @ZacharyKeck.